My Diary

0

Posted by ittirak | Posted in My Diary | Posted on 30-09-2011

ผมเชื่อว่า เพื่อนๆ ที่อยู่ในบ้านฟ้า ทุกคน มีความรักในบ้านหลังนี้ทุกคน
ผมเองเช่นกัน วันนี้ผมถึงต้องเข้ามา
ก่อนที่บ้านของเราจะไม่มีใครแนะนำให้เข้ามาอีก
เป็นเรื่องปกติธรรมดา ทำดีเท่าตัว ทำผิดครั้งเดียวจำไปจนตาย
อยากให้นึกถึงบ้านเราในสมัยก่อน
ที่เปิดประตูต้อนรับเพื่อนๆ ทุกคนที่มีความทุกข์
แค่กระทู้ ขอความช่วยเหลือ ในการตรวจเลือด
พวกเราก็เข้าไปช่วยกันอธิบาย  ส่วนเพื่อนคนไหน เห็นว่า
รีบนทั้งหลายอธิบายได้ดีแล้ว รีล่าง ก็จะให้กำลังใจกันเสมอ
จนเพื่อนที่เข้ามาสบายใจ และขอบคุณ ในความช่วยเหลือ จากบ้านหลังนี้
บ้านหลังนี้ซึ่งเป็นบ้านของเราทุกคน ช่วยกันให้กำลังใจ ดูแลกันและกัน
มีเพื่อนใหม่ๆ เสมอ ที่เพิ่มเข้ามาแล้วไม่อยากหายไปไหน
เพราะความอบอุ่นในบ้านหลังนี้มีให้ทุกคนเสมอ
ถามว่า ตอนนี้บ้านหลังเหมือนเดิมหรือไม่
ผมตอบได้เต็มปากครับว่าไม่
มันเปลี่ยนไปมาก เปลี่ยนไป โดยที่เราไม่รู้ตัว หรือรู้ตัวแต่ไม่สนใจ
สิ่งที่ขาดหายไปบ้าง เช่น กระทู้ขอคำปรึกษา
มีคนเข้าไปตอบจริง ในบ้างครั้งตอบแบบ อ่านแล้วก็รู้ว่า รำคานที่จะตอบ
เท่านั้นยังไม่พอ  ความคิดเห็นต่อมาด้านล่าง จะเริ่มคุยเล่น เม้าส์กัน สนุกสนาน
โดยที่ไม่ได้นึกถึงกระทู้ว่าใครเป็นผู้ตั้ง เค้าคนนั้นกำลังต้องการอะไร
แล้วคำตอบที่มาพูดเล่นกันอยู่ในกระทู้ที่เค้าเป็นคนตั้ง นั้นคือคำตอบหรือ
เค้าพึ่งเข้ามาใหม่ ขอต้องการกำลังใจ เช่นเดียวกับเราทุกคน
จำกันได้หรือไม่ครับ ว่าตอนที่เราติดเชื้อและได้รู้ผลเรารู้สึกอย่างไร
เกือบทุกคน มืดไปหมด ใครที่ใช้คอมเป็นก็ เข้าค้นหาเกี่ยวกับเจ้าตัวน้อย
ที่อาศัยอยู่ในร่างกายเราทั้งสิ้น  เจ้าตัวน้อยจะทำให้เราตายเมื่อไหร่
ยาต้าน คืออะไร  ภูมิคุ้มกันคืออะไร CD4 คืออะไร
เราจะตายเมือไหร่ ก่อนตายจะมีตุ่มเต็มตัวหรือไม่ ผอมเหลือแต่กระดูหรือเปล่า
มีปัญหามากมายเกิดขึ้นในสมองน้อยๆ นี้ เยอะแยะ จนไม่รู้ว่าจะตั้งต้นตรงไหน
บ้านหลังนี้เคยช่วยชีวิตเพื่อนๆ มามากมาย ช่วยทางด้านจิตใจให้เข้มแข็ง
เราทุกคนทำด้วยความจริงใจ และใส่ใจที่จะทำ
ตอนนี้บ้านของเราเปลี่ยนไป  มีการหาคู่กัน เป็นว่าเล่น
ผมเข้าใจความรู้สึก แต่อ้อมๆกันหน่อยก็ดีนะครับ
กระทู้ที่สมาชิคใหม่เข้ามาถามหาความรู้ ถามหากำลังใจ
ก็มีคนเข้าไปตอบน้อยลง
แต่กระทู้กับ HOT เมือมีเพื่อนเข้าไปตอบ
คุณเองไม่ได้คิดอะไร ก็เข้าแซวเล่นกันสนุกสนาน
เพราะความเคยชินว่านี่คือบ้านเรา ความคิดเห็นต่อไป
เริ่มคุยเล่ยสนุกสนานกับรีด้านบนอย่างไร  รีล้างต่อมายิ่งสนุกมากขึ้นเท่านั้น
ไม่ได้คิดถึงเจ้าของกระทู้
ที่กำลังลอยคออยู่ในทะเลอันกว้างใหญ่
หาฝั่งก็ยังไม่เจอ เราแค่โยนเศษไม้ลงไป
เพื่อให้เค้าเกาะ  และคิดว่านี่ไง
เอาให้ไปแล้ว ที่เหลือก็ไปหาเองบ้าง
คนกำลังจะจมน้ำตาย จะมีแรงที่ไหนว่ายไปหาฝั่งได้
เราลืมตรงนี้กันไปหรือเปล่า
เหมือนหลายๆคน ที่เคยบอกกับผมว่าจะผมจะไม่มีเพศสัมพันธุ์อีก
ผมจะพูด สวนไปทันที่ว่า อย่าเลยครับ อย่าพูดคำนั้น เพราะมันเป็นเรื่องธรรมชาติ
เมื่อคุณเข้าใจและเข้มแข็ง คุณเริ่มเข้าใจ ว่าจะอยู่กับเจ้าตัวน้อยได้อย่างไร
คุณจะลืมสิ่งที่คุณพูด
ได้ทีขอเข้าเรื่องนี้ เรื่องเพศสัมพันธุ์ ไม่ได้เป็นเรื่องที่ผิด
แต่ก็ไม่ควรเอามาพูดกันในที่สาธารณะ บ้านก็คือที่สาธารณะเช่นกัน
ทุกคนจะคิดอย่างไร ผมไม่รู้
แต่สำหรับผมที่ได้อ่านผ่านตา  เรื่องการไปเดินตามห้าง
การไปโรงหนัง การไปสวนต่างๆ เพื่อไปมีเพศสัมพันธุ์
เล่ากันจนเห็นภาพ
ก็มิควรเอามาคุยเล่นสนุกในบ้านหลังนี้
เพราะอะไรหรือครับ
เพราะคนที่เข้ามาอ่าน มีทั้งเข้าใจและไม่เข้าใจผู้ติดเชื้อ
บ้านหลังนี้เคยเป็น  ผมขอใช้คำว่าเคยเป็น ที่ยอมรับจากบุคลกร
บ้านหลังนี้ เคยมีเจ้าหน้าที่ ให้คำปรึกษาจำนวนมากจากหลายแห่ง
ที่ทุกคนจะต้องรู้จักแค่พูดชื่อขึ้นมา
ได้เข้ามาศึกษาในบ้านหลังนี้อย่างดีแล้ว และมีความไว้ใจ อย่าเต็มที่
เพือจะทำการส่งต่อเพื่อนผู้ติดเชื้อรายใหม่
เข้ามาศึกษาต่อในบ้านหลังนี้ บ้านหลังที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น
มีร้อยล้านกำลังใจให้แก่กัน แต่ตอนนี้มันลดลง น้อยลง
เพราะเราลืมไป…………..เราชินกับเจ้าตัวน้อยที่อยู่กับเราซะแล้ว
คนเราไม่ต้องมองอื่นไกลครับ  เอาแค่เรื่องความพอดีก็พอ
ใครบอกได้ว่าตรงไหนคือความพอดี ตรงไหนคือความไม่พอดี
ผมเองเมื่อก่อน คิดว่าผมบอกได้แต่ เดี๋ยวนี้ ยิ่งตอบไม่ได้เลย
คนเรา กินข้าว บางคน ครึ่งจานก็พอดี
บางคน 1 จานถึงจะพอดีอิ่ม บางคน 2 จานถึงจะพอดีอิ่ม
คือความว่าอิ่มเป็นตัวสรุป
เหมือนกันครับ เราเอง อาจจะมองว่าเราให้ความรู้ แค่นี้ก็พอดีแล้ว
แต่เราเคยถามเค้าหรือไม่ว่าเค้าพอดีหรือยัง
ในบางคนกับบ่น ทำไมไม่รู้จักหาความรู้ที่อยู่ในบ้านหลังนี้จากกระทู้เก่าๆ
ที่ผ่านมา ทำไม เราต้องมาพิมซ้ำๆ กันทุกวัน ในคำถามเดิมๆทุกวัน
สำหรับผม ผมเข้าใจ เพื่อน ว่ายน้ำมาจนเหนื่อย
เห็นคนในบ้านหลังนี้เค้าพิมคุยกัน ก็คิดแต่ จะรีบสมัคร และรีบเข้ามา
ขอความรู้ และ กำลังใจ จากเพื่อนๆในบ้าน
ผมขอยกตัวอย่างนะครับ
เมื่อตื่นขึ้นตอนเช้า สิ่งแรกที่นึกคืออะไร วันนี้จะต้องไปไหนบ้าง จะต้องทำอะไร
โห ชีวิตเราทำไมมันยุ่งจัง ลองแค่หัดเปลี่ยนความคิดของเราสักนิด
ว่า ตื่นขึ้นมา วันนี้เราจะให้กำลังใจใคร จะช่วยเหลือใคร ให้เค้าสบายใจได้บ้าง
เพื่อนๆ จะมีคำตอบทันที บ้านฟ้าของพวกเราไง
มีเพื่อน อีกมากมาย ที่รอกำลังใจและความช่วยเหลือในด้านความรู้
และการดำรงค์ชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไร
และยังมีอีกมากมาย อย่าคิดถึงแต่ เพื่อนใหม่ที่เข้ามาตั้งกระทู้เท่านั้นนะครับ
เพื่อนๆอีกมากมายที่เข้ามาอ่านแต่ไม่กล้าสมัคร เยอะแยะครับ
แล้วคุณจะยิ้ม เมื่อคุณได้เห็นเค้าเข้มแข็งขึ้น มีกำลังใจมากขึ้น
มีความรู้เกี่ยวกันเจ้าเชื้อตัวน้อยมากขึ้น
และสามารถดำรงค์ชีวิตอยู่ร่วมกันได้สบายเหมือนที่เราเป็น
ขอย้อนกับไปหน่อย บางคนอาจเห็นเรื่องเพศเป็นเรื่องปกติธรรมดา
แต่บางคน เห็นเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก ในที่สาธารณะ
ส่วนผม เวลาเข้ามาอ่าน ผมจะรู้สึกแย่ทันที่
ติดเชื้อกันแล้วยังไปทำกันได้แบบนี้  พวกติดเชื้อเอดส์นี่ สมน้ำหน้ามัน
ฉนั้นผมไม่แปลกใจเลย ทำไม ทางการแพทย์
เขาถึงมีคำแปลให้โรคนี้อย่างสวยงาม
มันคือโรคแสวงหา มันไปแสวงหากันมาเอง
ประกาศกันโครมๆ ว่าให้ใช้ถุงยาง  ก็ไม่ใช้ นี้เรายังไม่แย่พออีกหรือ
กับคำว่าอีพวกแสวงหาโรคมาใส่ตัว
ขอบอกก่อนนะครับว่า ที่กล่าวมา ผมไม่ได้รวมถึงท่านที่ติดเชื้อมาจากสามีนะครับ
อยากให้ สังคมยอมรักเรา เราเองก็ต้องทำตัวให้สังคมยอมรับได้
กระทู้ไหน อยากคุยเล่น เม้าส์กัน ตั้งเลย ครับ คุยกันให้สนุก
ไม่มีใครว่าเรา มันคือกระทู้ที่คุณต้องการตั้งและเป็นคนตั้ง
อย่าเอาความสนุกของคุณไปท้งไว้ในกระทู้ที่เค้ากำลังต้องการความรู้
ต้องการกำลังใจ และ ความเข้าใจในตัวเค้า
วันนี้หนึ่ง ได้เข้ามาพูดในสิ่งที่หนึ่งเก็บไว้มานาน
และหวังว่าคงจะมีใครเข้าใจบ้าง
อย่างน้อย ก็ค่อยๆทำครับ ทำให้บ้านหลังนี้มีความรัก ความรู้ และที่ขาดไม่ได้
กำลังใจครับ เราะมีให้กันเสมอไป
ปล.ถ้าพี่ๆ เจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษา แพทย์ พยาบาล ที่ได้เข้ามาอ่าน
ผมกราบขอโทษไว้ตรงนี้
ผมเองมีส่วนผิดครับ และยอมรับผิด ที่ไม่ได้เข้าบ้านมานาน
จนบางคนที่อ่านอยู่ตอนนี้ ยังไม่ทราบเช่นกัน
ผมจะพยามเข้ามาให้บ่อยขึ้น
กระทู้นี้ ถ้า เพื่อนๆ ท่านใดอ่านแล้วไม่พอใจ  ผมทราบดีว่าต้องมีแน่นอน
เพราะความพอดีของเราไม่เท่ากัน
………………………………………………………….
ตอนนี้ สุขภาพ หนึ่งไม่ดีก็ว่าได้ โฮโมนไทรอย์ ขึ้นสูงมาก
ค่าปกติ 4.2 แต่ของหนึ่ง 52.4 มันขึ้นมามาก
กว่าจะรู้ถึงเจ้าตัวปัญหาที่ทำให้เราไม่มีแรง น้ำหนักลด กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน
แถม ยังมาเอาไขมันของเราไปใช้อีกอย่างไม่มีวันเพียงพอก็คือเจ้าตัวนี้นี่เอง
จากคนที่หมดแรง เดินแทบจะไม่ไหวภายใน 3 เดือน
จากน้ำหนัก 64 เหลือ 45 กิโล  ทั้งผมและหมอ มองหน้ากัน อย่างไม่เข้าใจ
แต่ในที่สุด คุณหมอก็หาสาเหตุจนเจอ ตอนนี้หนึ่ง น้ำหนัก 47 เอง
กำลังพยายามเอาน้ำหนักขึ้น แต่ไม่เหนือยเหมือนตอนนั้นแล้ว
เริ่มเดินได้เป็นปกติ น้ำหนักเริ่มขึ้น
ส่วน CD4 คั้งนี้เมื่อเดือนที่แล้ว เลขที่ออก 1270 / 35 เปอร์เซนต์ครับ
ยังคงสูงเช่นเดิม เห็นหรือไม่ครับ เรายังสามารถป่วยได้ เหมือนคนปกติ
อย่าคิดว่านี่คือโรคแทรก เพราะมันไม่ใช่
เพื่อนๆ ที่เคยโทรมาขอคำปรึกษา ก็โทรมาได้เช่นเดิม
เพราะ ผมไม่ได้บอกกับทุกคน บอกเพียงบางคนเท่านั้น
ไม่ต้องเกรงใจ เพราะ เมื่อคุณวางสายไป ผมจะยิ้มและมีความสุข
ที่ทำให้คุณได้สบายใจและมีความรู้มากขึ้น เข้าใจเกี่ยวกับเจ้าเชือตัวน้อยมากขึ้น
โทรมาได้ตลอดนะครับ
วันนี้คงพอแค่นี้เพราะมันยาวมากแล้ว
รักและคิดถึงเพือนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคนครับ
( ทำวันนี้ให้ดีที่สุด เพราะอดีต เราไม่สามารถกลับไปแก้ไขมันได้
อย่ากังวนไปถึงอนาคตมากมายนัก เพราะมันคือความทุกข์ที่คุณก่อขึ้นมาเอง
มันยังมาไม่ถึง คุณเป็นคน นึก คิด ปรุงแต่ง ไปในทางลบ คิดเองทั้งสิ้น
ด้วยความไม่รู้ จำไว้เถอะครับ ถ้าเราทำวันนี้ดีแล้ว วันพรุ่งนี้จะไำม่มีคำว่า
รู้แบบนี้ทำไปตั้งแต่เมื่อวาน จงอยู่กับปัจจุบัน อย่าหลงอยู่ในอดีต
ซึ่งแก้ไ้ขไม่ได้ อย่าวาดภาพอันหน้ากลัวไว้ในอนาคต แล้วคุณจะมีความสุข )
[b]ขอบคุณกับ 25 ปีที่ติดเชื้อ ที่สอนให้ผมรู้จักชีวิต[/b]ผมเชื่อว่า เพื่อนๆ ที่อยู่ในบ้านฟ้า ทุกคนมีความรักในบ้านหลังนี้ทุกคน

ผมเชื่อว่า เพื่อนๆ ที่อยู่ในบ้านฟ้า ทุกคน

www.pha.narak.com

มีความรักในบ้านหลังนี้ทุกคน

ผมเองเช่นกัน วันนี้ผมถึงต้องเข้ามา

ก่อนที่บ้านของเราจะไม่มีใครแนะนำให้เข้ามาอีก

เป็นเรื่องปกติธรรมดา ทำดีเท่าตัว

ทำผิดครั้งเดียวจำไปจนตาย

อยากให้นึกถึงบ้านเราในสมัยก่อน

ที่เปิดประตูต้อนรับเพื่อนๆ ทุกคนที่มีความทุกข์

แค่กระทู้ ขอความช่วยเหลือ ในการตรวจเลือด

พวกเราก็เข้าไปช่วยกันอธิบาย

ส่วนเพื่อนคนไหน เห็นว่า เพื่อนยังไม่เข้าใจ

จะอธิบายและให้กำลังใจ

จนเพื่อนที่เข้ามาสบายใจ

และขอบคุณ ในความช่วยเหลือ จากบ้านหลังนี้

บ้านหลังนี้ซึ่งเป็นบ้านของเราทุกคน

ช่วยกันให้กำลังใจ ดูแลกันและกัน

มีเพื่อนใหม่ๆ เสมอ ที่เพิ่มเข้ามาแล้วไม่อยากหายไปไหน

เพราะความอบอุ่นในบ้านหลังนี้มีให้ทุกคนเสมอ

ถามว่า ตอนนี้บ้านหลังเหมือนเดิมหรือไม่

ผมตอบได้เต็มปากครับว่าไม่

มันเปลี่ยนไปมาก เปลี่ยนไป โดยที่เราไม่รู้ตัว

หรือรู้ตัวแต่ไม่สนใจ

สิ่งที่ขาดหายไปบ้าง เช่น กระทู้ขอคำปรึกษา

มีคนเข้าไปตอบจริง ในบ้างครั้งตอบแบบ อ่านแล้วก็รู้ว่า

รำคานที่จะตอบ

เท่านั้นยังไม่พอ  ความคิดเห็นต่อมาด้านล่าง

จะเริ่มคุยเล่น เม้าส์กัน สนุกสนาน

โดยที่ไม่ได้นึกถึงกระทู้ว่าใครเป็นผู้ตั้ง เค้าคนนั้นกำลัง

ต้องการอะไรแล้วคำตอบที่มาพูดเล่นกันอยู่ในกระทู้ที่เค้าเป็นคนตั้ง

นั้นคือคำตอบหรือ

เค้าพึ่งเข้ามาใหม่ ขอต้องการกำลังใจ เช่นเดียวกับเรา

ทุกคนจำกันได้หรือไม่ครับ

ว่าตอนที่เราติดเชื้อและได้รู้ผลเรารู้สึกอย่างไร

เกือบทุกคน มืดไปหมด

ใครที่ใช้คอมเป็นก็ เข้าค้นหาเกี่ยวกับเจ้าตัวน้อย

ที่อาศัยอยู่ในร่างกายเราทั้งสิ้น

เจ้าตัวน้อยจะทำให้เราตายเมื่อไหร่

ยาต้าน คืออะไร  ภูมิคุ้มกันคืออะไร CD4 คืออะไร

เราจะตายเมือไหร่

ก่อนตายจะมีตุ่มเต็มตัวหรือไม่ ผอมเหลือแต่กระดูหรือเปล่า

มีปัญหามากมายเกิดขึ้นในสมองน้อยๆ นี้

เยอะแยะ จนไม่รู้ว่าจะตั้งต้นตรงไหน

บ้านหลังนี้เคยช่วยชีวิตเพื่อนๆ มามากมาย

ช่วยทางด้านจิตใจให้เข้มแข็ง

เราทุกคนทำด้วยความจริงใจ และใส่ใจที่จะทำ

ตอนนี้บ้านของเราเปลี่ยนไป  มีการหาคู่กัน เป็นว่าเล่น

ผมเข้าใจความรู้สึก แต่อ้อมๆกันหน่อยก็ดีนะครับ

กระทู้ที่สมาชิคใหม่เข้ามาถามหาความรู้ ถามหากำลังใจ

ก็มีคนเข้าไปตอบน้อยลง

แต่กระทู้กับ HOT เมือเพื่อนเข้าไปตอบ

คุณเองไม่ได้คิดอะไรก็เข้าแซวเล่นกันสนุกสนาน

เพราะความเคยชิน

ว่านี่คือบ้านเรา ความคิดเห็นต่อไป

เริ่มคุยเล่ยสนุกสนานกับรีด้านบนอย่างไร

รีล่างต่อมายิ่งสนุกมากขึ้นเท่านั้น

ไม่ได้คิดถึงเจ้าของกระทู้

ที่กำลังลอยคออยู่ในทะเลอันกว้างใหญ่

หาฝั่งก็ยังไม่เจอ

เราแค่โยนเศษไม้ลงไป

เพื่อให้เค้าเกาะ  และคิดว่านี่ไง

เอาให้ไปแล้ว ที่เหลือก็ไปหาเองบ้าง

คนกำลังจะจมน้ำตาย จะมีแรงที่ไหนว่ายไปหาฝั่งได้

เราลืมตรงนี้กันไปหรือเปล่า

เหมือนหลายๆคน

ที่เคยบอกกับผมว่าจะผมจะไม่มีเพศสัมพันธุ์อีก

ผมจะพูด สวนไปทันที่ว่า

อย่าเลยครับ

อย่าพูดคำนั้น เพราะมันเป็นเรื่องธรรมชาติ

เมื่อคุณเข้าใจและเข้มแข็ง คุณเริ่มเข้าใจ

ว่าจะอยู่กับเจ้าตัวน้อยได้อย่างไร

คุณจะลืมสิ่งที่คุณพูด

ได้ทีขอเข้าเรื่องนี้

เรื่องเพศสัมพันธุ์ ไม่ได้เป็นเรื่องที่ผิด

แต่ก็ไม่ควรเอามาพูดกันในที่สาธารณะ

บ้านหลังนี้ก็คือที่สาธารณะเช่นกัน

ทุกคนจะคิดอย่างไร ผมไม่รู้

แต่สำหรับผมที่ได้อ่านผ่านตา  เรื่องการไปเดินตามห้าง

การไปโรงหนัง

การไปสวนต่างๆ เพื่อไปมีเพศสัมพันธุ์

เล่ากันจนเห็นภาพ

ก็มิควรเอามาคุยเล่นสนุกในบ้านหลังนี้

เพราะอะไรหรือครับ

เพราะคนที่เข้ามาอ่าน

มีทั้งเข้าใจและไม่เข้าใจผู้ติดเชื้อ

บ้านหลังนี้เคยเป็นผมขอใช้คำว่าเคยเป็น ที่ยอมรับจากบุคลกร

บ้านหลังนี้ เคยมีเจ้าหน้าที่

ให้คำปรึกษาจำนวนมากจากหลายแห่ง

ที่ทุกคนจะต้องรู้จักแค่พูดชื่อขึ้นมา

ได้เข้ามาศึกษาในบ้านหลังนี้อย่างดีแล้ว

และมีความไว้ใจ

อย่าเต็มที่

เพือจะทำการส่งต่อเพื่อนผู้ติดเชื้อรายใหม่

เข้ามาศึกษาต่อในบ้านหลังนี้

บ้านหลังที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น

มีร้อยล้านกำลังใจให้แก่กัน

แต่ตอนนี้มันลดลง

น้อยลง

เพราะเราลืมไป…………..

เราชินกับเจ้าตัวน้อยที่อยู่กับเราซะแล้ว

คนเราไม่ต้องมองอื่นไกลครับ

เอาแค่เรื่องความพอดีก็พอ

ใครบอกได้ว่าตรงไหนคือความพอดี ตรงไหนคือความไม่พอดี

ผมเองเมื่อก่อน

คิดว่าผมบอกได้แต่ เดี๋ยวนี้ ยิ่งตอบไม่ได้เลย

คนเรา กินข้าว

บางคน ครึ่งจานก็พอดี

บางคน 1 จานถึงจะพอดีอิ่ม บางคน 2 จานถึงจะพอดีอิ่ม

คือความว่าอิ่มเป็นตัวสรุป

เหมือนกันครับ

เราเอง อาจจะมองว่าเราให้ความรู้

แค่นี้ก็พอดีแล้ว

แต่เราเคยถามเค้าหรือไม่ว่าเค้าพอดีหรือยัง

ในบางคนกับบ่น

ทำไมไม่รู้จักหาความรู้ที่อยู่ในบ้านหลังนี้จากกระทู้เก่าๆ

ที่ผ่านมา ทำไม เราต้องมาพิมซ้ำๆ กันทุกวัน

ในคำถามเดิมๆทุกวัน

สำหรับผม ผมเข้าใจ เพื่อน ว่ายน้ำมาจนเหนื่อย

เห็นคนในบ้านหลังนี้เค้าพิมคุยกัน

ก็คิดแต่ จะรีบสมัคร และรีบเข้ามา

ขอความรู้ และ กำลังใจ จากเพื่อนๆในบ้าน

ผมขอยกตัวอย่างนะครับ

เมื่อตื่นขึ้นตอนเช้า

สิ่งแรกที่นึกคืออะไร วันนี้จะต้องไปไหนบ้าง

จะต้องทำอะไร

โห ชีวิตเราทำไมมันยุ่งจัง ลองแค่หัดเปลี่ยนความคิด

ของเราสักนิด

ว่า ตื่นขึ้นมา วันนี้เราจะให้กำลังใจใคร

จะช่วยเหลือใคร

ให้เค้าสบายใจได้บ้าง

เพื่อนๆ จะมีคำตอบทันที บ้านฟ้าของพวกเราไง

มีเพื่อน อีกมากมาย

ที่รอกำลังใจและความช่วยเหลือในด้านความรู้

และการดำรงค์ชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไร

และยังมีอีกมากมาย

อย่าคิดถึงแต่

เพื่อนใหม่ที่เข้ามาตั้งกระทู้เท่านั้นนะครับ

เพื่อนๆอีกมากมาย

ที่เข้ามาอ่านแต่ไม่กล้าสมัคร เยอะแยะครับ

แล้วคุณจะยิ้ม

เมื่อคุณได้เห็นเค้าเข้มแข็งขึ้น มีกำลังใจมากขึ้น

มีความรู้เกี่ยวกันเจ้าเชื้อตัวน้อยมากขึ้น

และสามารถดำรงค์ชีวิตอยู่ร่วมกันได้สบายเหมือนที่เราเป็น

ขอย้อนกับไปหน่อย

บางคนอาจเห็นเรื่องเพศเป็นเรื่องปกติธรรมดา

แต่บางคน

เห็นเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก ในที่สาธารณะ

ส่วนผม เวลาเข้ามาอ่าน

ผมจะรู้สึกแย่ทันที่

ติดเชื้อกันแล้วยังไปทำกันได้แบบนี้

พวกติดเชื้อเอดส์นี่ สมน้ำหน้ามัน

ฉนั้นผมไม่แปลกใจเลย ทำไม ทางการแพทย์

เขาถึงมีคำแปลให้โรคนี้อย่างสวยงาม

มันคือโรคแสวงหา

มันไปแสวงหากันมาเอง

ประกาศกันโครมๆ ว่าให้ใช้ถุงยาง ก็ไม่ใช้

นี้เรายังไม่แย่พออีกหรือ

กับคำว่าอีพวกแสวงหาโรคมาใส่ตัว

ขอบอกก่อนนะครับว่า

ที่กล่าวมา

ผมไม่ได้รวมถึงท่านที่ติดเชื้อมาจากสามีนะครับ

อยากให้ สังคมยอมรักเรา

เราเองก็ต้องทำตัวให้สังคมยอมรับได้

กระทู้ไหน อยากคุยเล่น เม้าส์กัน

ตั้งเลย ครับ คุยกันให้สนุก

ไม่มีใครว่าเรา

มันคือกระทู้ที่คุณต้องการตั้งและเป็นคนตั้ง

อย่าเอาความสนุกของคุณ

ไปทิ้งไว้ในกระทู้ที่เค้ากำลังต้องการความรู้

ต้องการกำลังใจ

และ ความเข้าใจในตัวเค้า

วันนี้หนึ่งได้เข้ามาพูดในสิ่งที่หนึ่งเก็บไว้มานาน

และหวังว่าคงจะมีใครเข้าใจบ้าง

อย่างน้อย

ก็ค่อยๆทำครับ ทำให้บ้านหลังนี้มีความรัก

ความรู้ และที่ขาดไม่ได้

กำลังใจครับ

เรามีให้กันเสมอไป

ปล.ถ้าพี่ๆ เจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษา แพทย์ พยาบาล

ที่ได้เข้ามาอ่าน ผมกราบขอโทษไว้ตรงนี้

ผมเองมีส่วนผิดครับ

และยอมรับผิด ที่ไม่ได้เข้าบ้านมานาน

จนบางคนที่อ่านอยู่ตอนนี้ ยังไม่ทราบเช่นกัน

ผมจะพยามเข้ามาให้บ่อยขึ้น

กระทู้นี้ ถ้า เพื่อนๆ

ท่านใดอ่านแล้วไม่พอใจ ผมทราบดีว่าต้องมีแน่นอน

เพราะความพอดีของเราไม่เท่ากัน

………………………………………………………….

ตอนนี้ สุขภาพ หนึ่งไม่ดีก็ว่าได้ โฮโมนไทรอย์ ขึ้นสูงมาก

ค่าปกติ 4.2 แต่ของหนึ่ง 52.4 มันขึ้นมามาก

กว่าจะรู้ถึงเจ้าตัวปัญหา

ที่ทำให้เราไม่มีแรง น้ำหนักลด กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน

แถม ยังมาเอาไขมันของเราไปใช้อีก

อย่างไม่มีวันเพียงพอก็คือเจ้าตัวนี้นี่เอง

จากคนที่หมดแรง เดินแทบจะไม่ไหวภายใน 3 เดือน

จากน้ำหนัก 64 เหลือ 45 กิโล

ทั้งผมและหมอ มองหน้ากัน

อย่างไม่เข้าใจแต่ในที่สุด

คุณหมอก็หาสาเหตุจนเจอ ตอนนี้หนึ่ง น้ำหนัก 47 เอง

กำลังพยายามเอาน้ำหนักขึ้น

แต่ไม่เหนือยเหมือนตอนนั้นแล้ว เริ่มเดินได้เป็นปกติ

น้ำหนักเริ่มขึ้น

ส่วน CD4 คั้งนี้เมื่อเดือนที่แล้ว

เลขที่ออก 1270 / 35 เปอร์เซนต์ครับ

ยังคงสูงเช่นเดิม

เห็นหรือไม่ครับ เรายังสามารถป่วยได้ เหมือนคนปกติ

อย่าคิดว่านี่คือโรคแทรก

เพราะมันไม่ใช่

เพื่อนๆ ที่เคยโทรมาขอคำปรึกษา

ก็โทรมาได้เช่นเดิม

เพราะ ผมไม่ได้บอกกับทุกคน บอกเพียงบางคนเท่านั้น

ไม่ต้องเกรงใจ

เพราะ เมื่อคุณวางสายไป ผมจะยิ้มและมีความสุข

ที่ทำให้คุณได้สบายใจ

และมีความรู้มากขึ้น

เข้าใจเกี่ยวกับเจ้าเชือตัวน้อยมากขึ้น

โทรมาได้ตลอดนะครับ

วันนี้คงพอแค่นี้เพราะมันยาวมากแล้ว

รักและคิดถึงเพือนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคนครับ

( ทำวันนี้ให้ดีที่สุดเพราะอดีต

เราไม่สามารถกลับไปแก้ไขมันได้อย่ากังวน

ไปถึงอนาคตมากมายนัก

เพราะมันคือความทุกข์ที่คุณก่อขึ้นมาเอง

มันยังมาไม่ถึง

คุณเป็นคน

นึก คิด ปรุงแต่ง ไปในทางลบ คิดเองทั้งสิ้น

ด้วยความไม่รู้

จำไว้เถอะครับ ถ้าเราทำวันนี้ดีแล้ว วันพรุ่งนี้จะไำม่มีคำว่า

รู้แบบนี้ทำไปตั้งแต่เมื่อวาน

จงอยู่กับปัจจุบัน อย่าหลงอยู่ในอดีต

ซึ่งแก้ไ้ขไม่ได้

อย่าวาดภาพอันหน้ากลัวไว้ในอนาคต

แล้วคุณจะมีความสุข )

ขอบคุณกับ 25 ปีที่ติดเชื้อ ที่สอนให้ผมรู้จักชีวิต

*****************************************

ติดต่อหนึ่งได้ ที่หมายเลข 082-6526598

โทรมาได้ทุกเวลาครับ

เพราะผมไม่ได้ขับมอไซค์รับจ้าง

ไม่มีแรงจะพยุงตัว

ขอให้กลับมาแข็งแรงก่อน

จะกลับไปขับเช่นเดิมครับ



My Diary

0

Posted by ittirak | Posted in My Diary | Posted on 08-11-2010

หลังจากที่หายไปนาน ไม่ได้เข้ามาเขียนบันทึก

ที่จริงแล้วไม่ได้หายไปไหน ยังคงต้องต่อสู้ชีวิตเช่นเดียวกับคนทั่วไป

ทุกวันนี้ขับมอไซค์รับจ้าง ในช่วง 17.00 ถึง 24.00 น.

จึงทำให้ ไม่สามารถรับโทรศัพท์ให้คำปรึกษาได้เต็มที่เหมือนเช่นเคย

ผมจึงได้ปิดมือถือไประยะหนึ่ง

ช่วงนี้ผมเปิดโทรศัพท์ให้คำปรึกษา ในเวลา 12.00 ถึง 16.00 น. เท่านั้นเอง

ก็ยังคงมีเพื่อนๆ โทรเข้ามาขอคำปรึกษาเช่นเดิม

ปัญหา ส่วนมากที่ได้พบ ก็หนีไม่พ้นคือ

เพื่อนๆ ที่ไปเสี่ยงมา แล้วไม่แน่ใจว่าติดเชื้อหรือไม่

อีกส่วนหนึ่งก็คือ เพื่อนๆ ที่ได้รับเชื้อรายใหม่ และโทรเข้ามาขอคำปรึกษา

ว่าจะต้องดูแลร่างกายอย่างไร ดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างไร

ผมเองก็ให้คำปรึกษา ไปเหมือนเดิม

การดูแลตัวเองหลังจากที่ได้รับเชื้อ ไม่มีอะไรมาก

ก็แค่ ไม่รับเชื้อเพิ่ม

หมายความว่า ไม่รับทุกเชื้อ อีกนัยหนึ่งก็คือ ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งเท่านั้นเอง

นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

ทานอาหารที่มีประโยชน์ สำหรับเพื่อนๆ เองก็คงรู้ว่า อาหารอะไรที่มีประโยชน์

และไม่มีประโยชน์ ผมยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น ของดิบๆ สุกๆ ไม่ดีแน่นอน

เพราะจะมีเชื้อโรคต่างๆ ที่สามารถ ทำให้ร่างกายนั้นป่วย หรือท้องเสียได้

ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

ในความหมายของผมก็ คือ การออกกำลังกายที่ทำให้ หัวใจนั้นได้เต้นเร็ว

และสามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงหัวใจและร่างกาย ใช้เวลาไม่ต้องมากครับ

แค่ วันละ 10 ถึง 15 นาทีก็พอครับ

ทำจิตใจให้สบาย อันนี้ผมรู้ดีว่าเพื่อนๆ ที่ติดเชื้อมาใหม่ๆ เป็นเรื่องอยากที่จะ

ทำจิตใจให้สบาย เพราะยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับเชื้อเฮชไอวีเท่าไหร่หนัก

ไปหาคุณหมอตามนัด ตรวจจำนวนไวรัสในเลือดหรือที่เรียกว่า ซีดีโฟ อย่างสม่าเสมอ

ถ้าได้เริ่มรับยาต้านไวรัส อย่าลืมกินยาให้ตรงเวลา ก็เท่านั้นเองครับ

ช่วงที่ผ่านมา ฝนตก แทบทุกวัน ขับรถยากมากครับ

ฝนตกก็ต้องเข้าบ้าน เพราะกลัวไม่สบาย คุณแม่ก็โทร.มาตามตลอด

ช่วงนี้หน้าฝน ผ่านไปแล้ว ลมหนาวเข้ามาแทนที่

ขับรถฝ่าลมหนาวยังดีกว่าขัยรถตากฝน

ชีวิตยังต้องสู้ต่อไป ผมเองก็จะสู้ ไม่ยอมแพ้ เพราะผมสู้มาตลอดชีวิต

และจะสู้ต่อไป ขอเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆ ที่กำลังท้อ

คนเราท้อได้นะครับ แค่อย่าถอย หยุดคิดในมุมบวกสักนิดและก้าวต่อไป

ผมเองยังคงให้คำปรึกษาเช่นเดิม เวลาอาจจะน้อยลงไป

คงไม่ว่ากันนะครับ

*********************************************

ปรึกษา หนึ่งได้ที่ 082-6526598 ครับ

เวลา 12.00 ถึง 16.00 น. นะครับ

My Diary

0

Posted by ittirak | Posted in My Diary | Posted on 23-05-2010

อดีต คือ บทเรียนที่ผ่านมา

 

ไม่ได้มีไว้ให้หวนกลับไปคืดเพราะแก้ไขไม่ได้

 

แต่ อดีต เคยทำให้เราภาคภูมิใจ

 

ว่าเราเคย ทำอะไรไว้บ้าง

 

หมายถึง ทำเพื่อ เพื่อนๆที่อยู่รอบตัวเราและสังคม

 

อดีต เคยทำงานด้านเอดส์มา 24 ปี

 

อดีต เคยเป็นผู้ติดเชื้อคนแรกที่เปิดตัวออกทีวี และสื่อต่างๆ

 

โดยไม่มีอะไรปิดบังหน้าตา

 

อดีต เคยร่วมก่อตั้งชมรมผู้ติดเชื้อเอชไอวีชมรมแรกของประเทศไทย

 

อดีต เคย เริ่มก่อตั้ง เครือข่ายผู้ติดเชื้อภาคกลาง

 

อดีต เคยเป็นประธานเครือข่ายผู้ติดเชื้อ และอื่นๆ อีกมากมาย

 

แต่มันก็เป็นอดีตไปแล้ว

 

อดีตที่แสนจะ ต้องฟันฝ่า กว่าจะมาถึงทุกวันนี้

 

ทำให้เพื่อนๆ ได้เข้าถึงยาต้านไวรัส

 

ไม่ว่าจะในประกันสังคม หรือ บัตรทอง

 

แต่ปัจจุบันก็ คือปัจจุบัน

 

ตอนนี้ เราไม่สามารถกลับไปทำงาน เช่น คนทั่วไปได้

 

เพราะ เราเคยเปิดตัวออกทีวี และสื่อต่างๆ

 

และตอนนี้งบประมาณก็หมด

 

ชีวิตต้องดำเนินต่อไป ก้าว ต่อไป

 

และแล้ว ผมก็หางานได้ กลางวัน ผมได้ ขายหมึกปริ้นเตอร์

 

หลัง 5 โมงเย็น ผมได้ ออกไปขับมอไซค์รับจ้าง เลิกเที่ยงคืน

 

ชีวิต คนเราต้องสู้

 

ถึงมันจะยากลำบาก ขนาดไหนก็ตาม

 

เวลาเราท้อ มองคนที่เรา ด้อยกว่าเรา

 

คนที่ไม่รู้ว่าคืนนี้จะนอนที่ไหน พรุ่งนี้จะ มีอะไรกิน

 

เขาเหล่านั้น ยังมีอีกมากมาย

 

เขาเหล่านั้นยังสู้ชีวิต

 

แล้ว ทำไม ผมเองจะไม่สู้ จะยอมแพ้ ได้อย่างไร

 

ขอบคุณ คุณแม่ที่ผมรักที่สุดในโลก

 

และ พี่ก้อย พี่โต พี่พีช คุณหนึ่ง

 

ที่ช่วยเหลือผม ทำให้ผมได้ขับมอไซค์รับจ้าง

 

ขอบคุณน้องโอและน้องแพร ที่ช่วยทำให้ผมได้ทำงาน

 

ขายหมึกปริ้นเตอร์ ถึงจะต้องหาลูกค้าเองก็ตาม

 

ขอบคุณทุกกำลังใจให้บ้านหลังนี้

 

ขอบคุณลูซี่เพื่อนรัก ที่จะให้เราเข้ามาตั้งกระทู้ขอความช่วยเหลือ

 

แต่เราคิดว่าเรายัง พอที่ผ่าน มันไปได้ เราจึงไม่ทำ

 

ทั้งหมดที่ผมเขียนมานี้

 

ผมแค่อยากบอกว่า ทุกคนต้องสู้นะครับ

 

อนาคตไม่มีอะไรแน่นอน ทำวันนี้ให้ดีที่สุด

 

และขอเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆ ทุกคนนะครับ

 

ส่วนเรื่อง โทรศัพท์ให้คำปรึกษา ผมยังคงทำอยู่นะครับ

 

เพื่อน สามารถ โทรมาได้ เช่น เคย

 

แต่ ขอเปลี่ยนเวลาเป็น 10.00 ถึง 17.00 น. นะครับ

 

เพราะหลังจากนั้น

 

ผมต้องออกไปขับมอไซค์รับจ้าง ไม่สะดวกที่จะ รับสายครับ

 

แต่ถ้า ผมกลับมา

 

แล้วมีข้อความ พรุ่งนี้ผมจะโทรกลับไปนะครับ

 

ขอบคุณ บ้านหลังนี้ ที่ มีแต่ความรัก

 

รักและเป็นห่วงเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคนนะครับ

 

ดูแลรักษาสุขภาพกันด้วยนะครับ

 

*************************************

 

มีอะไรโทรปรึกษา หนึ่ง ได้ครับ

 

082-6526598

 

เวลา 10.00 – 17.00 น. ครับ

My Diary

0

Posted by ittirak | Posted in My Diary | Posted on 13-05-2010

ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ผมจะไม่เปิดตัวออกทีวี และสื่อต่างๆ

 

ว่าตัวเองเป็นผู้ติดเชื้อ ซึ่ง ในตอนนั้น

 

ผม ไม่ได้คิดถึงผลระยะยาวเลย แม้นแต่น้อย

 

จนมาถึงปัจจุบันนี้ สิ่งที่ผมต้อง พบเจอ  คือ

 

เมื่อผม ไม่ได้งบประมาณจากหน่วยงานใด

 

มาสนับสนุกช่วยเหลือ

 

ทางชมรมชีวิตและความหวัง

 

ทำให้เพื่อนๆ ที่ เคย ทำงานอยู่ด้วยกัน

 

ต้อง ออกไปหางานทำกันเอง

 

ส่วนตัวผมเองก็ พยามสมัครงาน ไปหลายที่

 

ผมได้ เข้าทำงาน อยู่ 3 – 4 ครั้ง

 

แต่ พอ ทำไปได้สักระยะ สิ่งที่ผม พบเจอก็คือ

 

คนเริ่มจำผมได้ว่าผม ติดเชื้อ และเริ่มแสดง ความรังเกียจ

 

ออกมาอย่าง เห็นได้ชัดเจน

 

จนผมต้องลาออกจาก ที่ทำงานเอง เป็นแบบนี้อยู่เรื่อยไป

 

จนในที่สุด ผมถึงรู้ว่า สิ่งที่ เราได้ให้ความรู้ไป

 

มันได้ผลบ้าง แต่ไม่เต็มที่

 

ยังไง เราก็ยังเปลี่ยน ความรู้สึกของคนบางกลุ่มไม่ได้

 

จนผม ต้อง เอาเงินเก็บ ก้อนสุดท้าย

 

ออกมาเปิดร้านขายของเอง ในช่วงแรกก็ดี

 

แต่ หลังๆ เริ่มขายไม่ดี และ ทำให้ผม ต้องหยุด ร้าน นั้นไป

 

จากนั้นผมก็ยังคงสู้

 

จนมี ผู้ที่มีพระคุณ คนหนึ่งได้มองเห็นถึง

 

การทำงานของผม

 

ว่าเป็นประโยชน์ ต่อสังคม จึง เข้ามาช่วยเหลือ

 

ทำให้ผม  อยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้  

 

และ ทำงานให้คำปรึกษา ต่อไป ทำด้วยใจรัก

 

และต้องการช่วยเหลือเพื่อนๆ

 

ที่ตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกัน หรือ

 

เพื่อนๆ ที่ไปเสี่ยงมา

 

และยังวิตกกังวนว่าจะติดเชื้อหรือไม่

 

ผมทำด้วยความเต็มใจ และมีความสุขในสิ่งที่ได้ทำ

 

ตอนนี้ ท่านผู้ มีพระคุณท่านนั้น

 

ได้ เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจ จึงโทรเข้ามาหาผมวันนี้ว่า

 

ท่านคงช่วยเหลือต่อไปไม่ไหวแล้ว

 

ผมเจ้าใจท่าน และยังรักเคารพ ท่านไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

 

ผมจะสู้ต่อไป จะหาทาง ทำงาน

 

และช่วยเหลือเพื่อนๆ ต่อไป

 

เพื่อนๆ ช่วยเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ

 

อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ผมจะ ทำวันนี้ให้ดีที่สุดครับ

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

มีอะไรที่จะปรึกษา โทร.หา หนึ่ง.ได้เช่นเคยนะครับ

 

หมายเลข 082-6526598 ครับ

 

เวลา 10.00. ถึง 17.00 น. ครับ

การแพ้ยา

0

Posted by ittirak | Posted in My Diary | Posted on 03-03-2010

การแพ้ยามีอาการอย่างไร อันตรายแค่ไหน อ่านกัน ดูครับ

 

เรื่อง “การแพ้ยา” เป็นอีกคำถามหนึ่งที่น่าสนใจ

 

เพราะการแพ้ยาเป็นอันตราย

 

อย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นจากการใช้ยา จึงได้รับความสนใจ

 

และเป็นคำถามประจำ ที่ผู้สั่งจ่ายยา

 

ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ พยาบาล หรือเภสัชกร มักจะถามคุณอยู่เสมอ

 

ทั้งที่โรงพยาบาลในตอนทำประวัติผู้ป่วยใหม่

 

หรือในขั้นตอนการรักษาของแพทย์

 

หรือในขั้นตอนการจ่ายยาของเภสัชกรที่ห้องยา

 

การแพ้ยาเป็นอาการอันไม่พึงประสงค์อย่างหนึ่ง

 

ของการใช้ยาสมดั่งคำขวัญที่ว่า

 

“ยามีคุณอนันต์ มีโทษมหันต์”

 

ดังนั้นถ้าไม่มีข้อบ่งใช้หรือไม่มีความจำเป็น

 

จึงไม่ควรใช้ยา เพราะอาจเกิดการแพ้

 

และเกิดผลข้างเคียงชนิดอื่นๆ ได้

 

ใครบ้างที่จะมีโอกาสแพ้ยา?

 

ในผู้ป่วยทั่วไปที่ไม่เคยมีประวัติการแพ้ยา

 

จะไม่สามารถคาดการณ์ได้เลยว่า

 

ตนเองจะเกิดการแพ้ยาหรือไม่ และเกิดขึ้นเมื่อใด

 

เพราะในรายที่ไม่เคยแพ้ยา

 

แม้ว่าผู้นั้นจะเคยใช้ยาชนิดนั้นแล้ว

 

ไม่ค่อยเกิดอาการแพ้ยาก็ตาม

 

แต่เมื่อมีการใช้ยานั้นในครั้งต่อไป

 

ก็อาจเกิดการแพ้ขึ้นได้โดยคาดเดาไม่ได้

 

แค่ในผู้ที่เคยมีประวัติแพ้ยามาแล้ว

 

เมื่อใช้ยาที่เคยแพ้อีก

 

อาการแพ้ยาจะยิ่งรุนแรงมากขึ้น มากขึ้นๆ เรื่อยๆ

 

จนบางรายอาจช็อคและเสียชีวิตได้

 

ยาอะไรที่ทำให้เกิดการแพ้ยาได้?

 

ยาที่เป็นสาเหตุให้เกิดอาการแพ้ยาได้บ่อย

 

ได้แก่ ยากลุ่มเพนนิซิลลิน penicillins

 

ยากลุ่มซัลฟา sulfonamides

 

และยาแก้ปวดลดไข้ NSAIDs เป็นต้น

 

แต่อย่างไรก็ตามยาทุกชนิดก็มีโอกาสทำให้เกิดอาการแพ้ได้

 

แม้แต่ยาที่ปลอดภัยมากๆ เช่น ยาพาราเซตามอล

 

ก็มีรายงานว่ามีผู้ป่วยแพ้ยาชนิดนี้ได้เช่นกัน

 

เมื่อเกิดการแพ้ยาแล้ว จะมีอาการอย่างไร?

 

อาการแพ้ยามีตังแต่ระดับน้อยๆ

 

อาจเป็นแค่ผื่นคัน ลมพิษ ผื่นแดง

 

หรือในบางรายอาจมีอาการริมฝีปากบวม

 

หน้าตาบวม หนังตามบวม พุพอง

 

ผิวหนังเปื่อยลอก

 

แต่ถ้าแพ้ยารุนแรงมากขึ้นอาจทำให้ใจสั่น

 

แน่นหน้าอก หายใจลำบาก คลื่นไส้ อาเจียน เป็นลม

 

ความดันโลหิตต่ำ ชีพจรเต้นเบาและเร็ว

 

หยุดหายใจ ช็อค และตายได้

 

การแพ้ยาฉีดมักมีอาการรุนแรงมากกว่า

 

ยาชนิดรับประทาน และส่วนใหญ่

 

ของผู้ที่แพ้ยามักมีอาการไม่รุนแรง

 

และหายเองได้เมื่อหยุดยา

 

เมื่อสงสัยว่าแพ้ยาควรปฏิบัติตัวอย่างไร?

 

ดังนั้นในรายที่สงสัยว่าอาจเกิดการแพ้ยาขึ้น

 

จึงควรหยุดยาและรีบไปหาแพทย์

 

หรือกลับมาพบผู้สั่งจ่ายยาทันที

 

เพื่อรักษาอาการแพ้ยาที่เกิดขึ้น

 

อย่าลืมสอบถามผู้สั่งจ่ายยา

 

ถึงชื่อยาที่ตนเองแพ้อยู่นั้นเป็นยาชนิดใด

 

เมื่อทราบแล้วควรจดจำและบันทึกไว้

 

และแจ้งแก่ผู้สั่งจ่ายยาทุกครั้งที่มีการจ่ายยา

 

เพื่อเป็นการเตือนทั้งผู้สั่งจ่ายและตนเอง

 

ให้ป้องกันการแพ้ยาที่จะรุนแรงมากขึ้น

 

หากได้รับยาที่ตนแพ้นั้นอีก

 

**********************************

 

มีอะไรโทรปรึกษา หนึ่งได้นะครับ

 

ที่ 082-6526598 ครับ เวลา 10.00 ถึง 17.00 น.ครับ

 

 

My Diary

0

Posted by ittirak | Posted in My Diary | Posted on 12-02-2010

เมื่อคืน ตอน เที่ยงคืน กว่าๆ ได้รับโทรศัพท์ ก่อนจะรับ

 

คิดอยู่แล้วว่าต้องเป็นเรื่องที่ เสียใจ

 

น้องคนนั้นที่ผมได้ไปเยี่ยมให้กำลังใจ

 

ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ได้เสีย ชีวิตแล้ว

 

เสียงคุณแม่ของน้องเค้า

 

ฟังแล้วดูเข้มแข็ง

 

แต่ผมก็สามารถจับความเสียใจในน้ำเสียงนั้นได้

 

น้องเค้าสู้มา แบบสุดๆ เขาทน ทุกอย่าง

 

ไม่ว่าจะเอา ท่อออกซิเจน ออกแล้วใส่ ใส่แล้วเอาออก

 

น้องไม่เคยท้อ เพราะเราได้สัญญากันว่า

 

น้องจะต้องกลัมมา แข็งแรง ออกมาเดิน เคียงคู่กับพี่หนึ่งได้

 

กลับมาแข็งแรง เพื่อที่เราจะได้ทานข้าวด้วยกัน

 

และน้องจะต้องอยู่เพื่อดูแลคุณแม่ต่อไป

 

น้องเป็นนักสู้อีกคนที่ พี่นับถือ

 

ถ้าเป้นผม ต้อง ทน อยู่ในสภาพ แบบน้องนั้น

 

ผมเอง ยังไม่รู้เลยว่าจะ ทนได้ เท่าไหร่

 

หลับเถอะนะ หลับให้สบาย

 

ขอให้น้องไปสู้สุขติ ไม่ต้องห่วงอะไร น้องทำดีที่สุดแล้ว

 

สัญญาที่ให้ไว้กับพี่คนนี้ พี่รู้ว่าน้องไม่ได้ผิดสัญญา

 

น้องทำดีที่สุดแล้ว ไม่ต้องห่วงอะไรแล้ว

 

สวรรค์ คงรับน้องไปอยู่ด้วยแล้ว

 

ด้วยความกตัญญูที่น้องมีให้คุณพ่อคุณแม่ จะพาน้องไปสู่สุขติ

 

หลับให้สบายนะน้อง

 

คนที่เหลืออยู่ต้องสู้กันต่อไป

————————————————–

 

มีอะไรโทรปรึกษาหนึ่งได้นะครับ

 

082-6526598 เวลา 10.00 ถึง 17.00 น. ครับ

My Diary

0

Posted by ittirak | Posted in My Diary | Posted on 14-01-2010

เมื่อวานไปหาคุณหมอตามนัด ไปรับยาเดิม

และได้แวะ ขึ้นไปเยี่ยม รุ่นน้องคนหนึ่ง

ที่รู้จักกัน ทางให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์

น้องคนนี้ รู้ว่าติดเชื้อมานานพอสมควร แต่ด้วย เห็นว่าร่างกาย

ยังคงแข็งแรง จึงละเลยการตรวจ ซีดีโฟ และ ได้เชื่อเพื่อน

ที่พาไปกินสมุนไพรต้ม

ของพระแห่งหนึ่ง ซึ่งบอกว่ากินแล้ว หาย

หลังจากนั้นก็ไม่สนใจ เรื่องการตรวจ ซีดีโฟ อีกเลย

เพราะร่างกายแข็งแรงดี จนมาวันหนึ่งป่าวยเข้าโรงพยาบาล

ซึ่งจำนาน ซีดีโฟ ตอนนั้น เหลือน้อยแล้ว

มีโรคแทรกหลายอย่าง เข้ามารุมล้อม

และซึ่งน้องเค้ายังคงปิดบังที่บ้านอยู่ว่าตัวเองได้รับเชื้อเฮชไอวี

โรงพยาบาลแห่งนั้นรับตัวน้องไว้แต่บอกทางญาติว่า

รักษาไม่ได้แล้วนะ เพราะว่า ซีดีโฟต่ำ ก็แค่รอความตาย

น้องเค้าได้ยินเช่นกัน

จึง ยอมบอก คุณแม่และญาติๆว่าเค้าได้รับเชื้อนะ

ยังไงฝากคุณแม่เค้าด้วย เค้าไม่รอดแล้ว ทางญิจึงพากันหาข้อมูล

และย้ายโรงพยาบาลในที่สุด

ตอนเข้ามาที่โรงพยาบาลใหม่นี้ ทางญาติได้ ค้น จบพบเบอร์

ให้คำปรึกษาของผม จึงโทรมาเล่า อาการให้ฟัง

ผมก็ให้ความรู้ไปตาม ที่ผมได้ศึกษามาว่า น้องเค้ายังคงรักษาได้นะครับ

ไม่ถึงขนาดที่จะต้องปล่อยให้เสียชีวิตครับ

จากนั้น ผมตั้งใจว่าจะไปเยียมน้อง

พอไปถึงน้องคนนั้นได้เข้าไปในไอซียูแล้วเพราะ

ว่าระดับออกซิเจนในเลือดต่ำ

ต้องสอดท่อเข้าไปเพื่อช่วยในการหายใจ

และปอดมีปัญหามีการติดเชื้อเล็กน้อย

ผมไปยืนคุยด้วย น้องเค้าเห็นผม เค้าร้องไห้ ผมจับมือและพูดว่า

พี่มาแล้วนะ มาตามที่สัญญาไว้

น้องต้องสู้ สู้เพื่อ สองชีวิต คืดชีวิตเราและชีวิตคุณแม่

น้องได้แต่ ส่งภาษามือกับผมเพราะไม่สามารถพูดได้

เค้าชู้สองนิ้ว เป็น อัน รู้กันว่าเค้าจะสู้

ผมต้องเป็นผู้คุยฝ่ายเดียวเพราะน้องไม่สามารถพูดได้

ผมให้กำลังใจ และ บอกว่าเราต้องหาย

ต้องออกมาจากห้องไอซียู

จากนั้นเราจะไปออกไปทานข้าวด้วยกัน

สัญญากับพี่นะ ว่าน้องต้องทำใหได้

นิ้วก้อย ที่ยกขึ้นมาเป็ฯสัญญานบอกผมว่า สัญญา 

น้องเค้ายังดูดีมาก ผิวไม่มีร่องลอยของพีพีอีเลย

แต่ ผอม และซีด เพราะ ไม่สามารถ กินอาหารได้

ต้องให้อาหารทางสายยาง 

ผมคุยและให้กำลังใจ อยู่ประมาณ ครึ่งชั่วโมง ก็ บอกลา

จากนั้นไม่นาน ด้วยการรักษาของหมอที่เอาใจใส่

และ กำลังใจที่จะสู้ของน้อง เค้าดีขึ้นตามลำดับ

จนสามารถ กลับ เข้ามาอยู่ห้องปกติได้ คุณแม่น้อง จึงโทรมาบอกผมว่า

น้องเค้าลงมาอยู่ห้องปกติแล้วนะ

ผมจึงไปเยี่ยมอีก ครั้งนี้น้องดูสดใสขึ้นมาก

ท่อต่างๆ ถูกถอดออกหมดแล้ว

ทานข้าวได้เอง ยิ้มกับผมได้ พูดคุยกับผมได้

น้องเค้าดีใจ บอกว่าไม่คิดว่าจะรอดออกมาได้

แต่เค้าก็สามารถทำได้

เค้าถามว่าเค้าเก่งมั้ย ผมบอกว่าเก่งครับ แต่ต้องเก่งขึ้นไปอีกนะ

พี่ยามออกกำลังกายไว้

ขยับแขนขาไว้กล้ามเนื้อจะได้ไม่ลีบ

น้องเค้าก็ ทำตามทุกอย่างที่ผมแนะนำ พยามทานอาหารให้เยอะๆ

และขยับแขนขาตลอด

เราคุยกัน นานมาครั้งนี้ การพูดคุยครั้งนี้ทำให้ผมรู้อีกครั้งว่า

กำลังใจสำคัญที่สุด

น้องสัญญากับผมว่าจะหายและออกมาใช้ชีวิตตามปกติ

และพี่หนึ่งต้อง มาทานข้าวด้วยกันนะ

ผมรับปาก วันนั้นผมมีความสุขมาก

แต่เมื่อวาน สิ่งที่ผมไม่คาดคิดเลยว่าจะเกิดขึ้น

ผมขึ้นไปหาน้องเค้าที่ชั้น  5

สิ่งที่ผมได้เห็นคืน ร่างอันผอมบาง นั้น

มีอาการสั่น ปากก็สั่น อย่างเห็นได้ชัด

ครั้งนี้ความสดใสหายไปจากใบหน้า มีแค่แววตาที่ดีใจ

ส่งมาให้ผมรู้ว่า ดีใจนะ ที่พี่หนึ่งมา

จากการพูดคุยในครั้งนี้

น้องบอกผมว่า ไม่อยากอยู่ต่อแล้ว ทรมาน กินก็ไม่ได้ นอนก้ไม่หลับ

ฟันมันกระทบกัน อยู่ตลอดเวลา

มีไข้ 3 เวลา อะไรนักหนาก็ไม่รู้

จากการพูดคุยกับพยาบาลผมจึงทราบว่า ได้มีการเจาะหลัง

อีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุ ของอาการที่เกิดขึ้น

ตอนนี้ เจอเชื้อแต่ยังรอผลการตรวจ ว่าเป็นเชื้ออะไร

ผมเองคิดถึงเจ้าตัว MAC คือวัณโรคในเลือด

จริงตามนั้นคุณหมอได้นำ

น้ำในไขสันหลังไปตรวจหาเชื้อตัวนี้ด้วยเช่นกัน

การที่ผมไปหาน้องเค้าครั้งนี้กับ สองครั้งที่แล้ว มันต่างกัน

ครั้งนี้กำลังใจน้องเค้าหมด ไม่อยากจะสู้ต่อ

ผมได้บอกว่า เดียวน้องจะหาย น้องจะต้องกลับมาดูดีเหมือนเดิม

อย่างที่เราสัญญากันไว้ น้องยิ้มที่มุมปาก

มันเป็นรอยยิ้มที่เหมือนกับบอกผมว่า

อย่ามาหลอกกันเลย จริงหรือที่จะหายกลับไปเป็นปกติได้เช่นเดิม

ผมได้แต่จับมือและ ส่งกำลังใจไปให้ และบอกว่า สู้ๆ นะ

พี่เป็นกำลังใจให้

ครั้งนี้น้องเค้าตอบรับผมดีขึ้น ผมบอกลา

พี่จะมาหาอีกนะ อย่าลืมสัญญานะ

ที่เขียนมายาวมากมายนี้แค่อยากให้รู้ว่า ยาสมุนไพรมี่ใช่ทางออก

การไม่ตรวจ ซีดีโฟ เป็นการมาดอย่างแรง

ถ้าเรา ตรวจดู ระดับซีดีโฟ เราจะรับยาต้านไวรัสได้ทัน

และไม่ต้องป่วยกับโรคแทรกซ้อน

หวังว่าเพื่อนคงได้อะไรบ้างกับ

สิ่งที่หนึ่งเขียนมาเล่าให้ฟังในครั้งนี้นะครับ

 

*************************************************

 

โทร.มาปรึกษา หนึ่งได้ นะครับที่

082-6526598 เวลา 10.00 ถึง 17.00 น.ครับ

My Diary

0

Posted by ittirak | Posted in My Diary | Posted on 30-11-2009

มาเข้าเรื่องกันดีกว่าครับ จาก โทรศัทพ์ ที่ได้รับ ในการที่โทรเข้ามา เพื่อนๆ

ที่ไปเสี่ยงมา คงต้องอธิบาย ว่าใครบ้างที่เสี่ยง

 

คนที่เสี่ยงคืน ทุกคนครับ ที่มีเพศสัมพันธุ์

 

โดยไม่ได้ป้องกันครับ แล้ว หลังจากที่ท่านได้ไปเสี่ยงมานั้น

 

หลังการการเสี่ยง 7 -15 วัน อาจจะมีอาการ เหมือนเป็นไข้หวัดเล็กน้อย บางคน

 

อาจไม่มีอาการอะไรเลย ก็เป็นได้ หลายคนที่โทรเข้ามานะครับ ส่วนมากไปเสี่ยง

 

มาแค่ 7 -30 วัน แต่มีอากาต่างๆ มากมาย เช่น ลิ้นเป็นฝ้า เป็นไข้ ท้องเสีย

 

ขอย้ำตรงนี้ครับว่า อาการต่างๆ ไม่สามารถบอกได้ ครับ ว่า

 

เราได้รับเชื้อมาหรือไม่ นอกจาการตรวจเลือดเท่านั้นครับ ย้ำนะครับ

 

นอกจากการตรวจเลือดเท่านั้นครับ คราวนี้ มาว่ากันต่อ จะตรวจได้เมื่อไหร่

 

ถ้า เราอยากรู้เร็ว ก็ นับไปเลยครับ 14 วันหลังเสี่ยง สามารถไปตรวจแบบ PCR

 

ได้ครับ ค่าตรวจแพงหน่อยครับ การตรวจแบบ PCR เป็นการตรวจหา

 

เจ้าตัวไวรัสเอชไอวี ที่มันเข้าไปอยู่ใรเลือดเราเลยคัรบ ไม่ต้องรอให้ร่างกาย

 

สร้างแอนตี้บอดี้ก่อนครับ การตรวจแบบนี้ ผล การตรวจ สามารถเชื่อถือได้เกือบ

 

จะร้อยเปอร์เซนต์นะครับ ถ้า เราไม่สามารถไปตรวจ แบบ PCR ได้ ก็ รอ 90 วัน

 

หลังเสี่ยงครับ เป็นการตรวจ หาแอนตี้บอดี้ที่ร่างกายเรา สร้างขึ้นเมื่อได้รับ

 

เชื้อไวรัสเอชไอวี เข้าไปในร่างกายนะครับ ……………

 

หลายท่าน บอกว่า มีอาการต่างๆ มากมาย ขอบอกไว้ตรงนี้เลยนะครับว่า

 

อาการที่เกิดขึ้นนั้น ไม่สามารถ เกิดได้จากภูมิคุ้มกันร่างกายบกพร่องจาก

 

เชื้อเอชไอวีได้เลยครับ เพราะ ท่านพึ่งไปเสี่ยงมาครับ ยังไม่ครบ 90 วันเลยครับ

 

ท่านจะมาบอกว่า ท่าน มีตุ่มพีพีอีขึ้น มีอาการ ต่างๆ ตามที่ท่านอ่านข้อมูลมา

 

จากเวป ต่างๆ หรือที่เวปไหนก็ตาม มันยังเกิดขึ้นไม่ได้ครับ

 

(ถ้าท่านเคยตรวจเลือดมาก่อนแล้วผลเป็นลบในระยะเวลา 1-3 ปี นะครับ)

 

อาการที่เกิดขึ้น ให้ท่านไปหาหมอเฉพาะทางเลยครับ อย่าเอาเจ้าเชื้อเอชไอวี

 

เข้ามาเกี่ยวข้องนะครับ มันยังทำอะไรท่านไม่ได้ครับ ในระยะเวลา อันสั้นแบบนี้

 

วันนี้ก็ เข้ามาคุยเรื่องนี้ และอวยพร ปีใหม่ให้กับทุกท่านนะครับ

 

รักและคิดถึงเพื่อนเสมอนะครับ

 

เป็นกำลังใจให้กันและกันตลอดไปครับ

 

ด้วยรักและห่วงใยจากใจจริง

0000000000000000000000000000000

 

โทร.มาปรึกษา หนึ่งได้ นะครับที่

082-6526598 เวลา 10.00 ถึง 17.00 น.ครับ

ระบบภูมิคุ้มกัน และสารปรับภูมิคุ้มกัน

0

Posted by ittirak | Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Posted on 30-11-2009

ระบบภูมิคุ้มกัน และสารปรับภูมิคุ้มกัน

รอบๆ ตัวเราเต็มไปด้วยเชื้อแบคทีเรีย

เชื้อไวรัส

และเชื้อโรคเล็กๆ มากมายที่

ตาของเราไม่สามารถมองเห็นได้

มนุษย์ต้องสัมผัสกับเชื้อโรคตั้งแต่อยู่ในครรภ์

คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่า

รอบๆ ตัวเรามีเชื้อโรคมากมาย และในแต่ละวันเรา

สัมผัสกับเชื้อโรคอย่างนับไม่ถ้วน

แต่ทำไมเราไม่เจ็บป่วย

เพราะเชื้อโรคเหล่านั้น หรือหากจะเจ็บป่วยบ้าง

แต่ก็ไม่บ่อยนัก

การที่เราไม่เจ็บป่วยง่ายๆ

เพราะร่างกายมีระบบภูมิคุ้มกัน (หรือภูมิต้านทาน)

คอยปกป้องอยู่

ระบบภูมิคุ้มกันเป็นกลไกการป้องกันตนเอง

อย่างหนึ่งของร่างกาย

เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ ร่างกายและอาจเป็นโทษ

สิ่งแปลกปลอมนอกจาก

จุลินทรีย์แล้ว ได้แก่ สารเคมีจากธรรมชาติ

เช่น จากพืช จากอาหาร หรือสารเคมีที่มนุษย์สร้างขึ้น

ตลอดจนฝุ่นละออง ขนสัตว์

ละอองเกสรดอกไม้ต่างๆ

ระบบภูมิคุ้มกันก็จะออกมาต่อต้านหรือทำลาย

สิ่งแปลกปลอมนั้น

ร่างกายจึงอยู่ได้อย่างปกติสุข

แต่หาก ในกรณีที่การทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

ประสบความล้มเหลว

ร่างกายก็จะถูกคุกคามด้วยโรคภัยไข้เจ็บ

โรคภูมิแพ้ โรคมะเร็ง เป็นต้น

ระบบภูมิคุ้มกันและการตอบสนองต่อเชื้อโรค

แต่ละคนมีวิธีการป้องกัน

ที่ธรรมชาติให้มานั้นใกล้เคียงกันแต่ความสมบูรณ์

และ ประสิทธิภาพ

ในการทำงานของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันออกไป

ระบบที่ใช้เพื่อทำหน้าที่ป้องกันโรคของ

ร่างกายนี้เรียกว่า

ระบบภูมิคุ้มกันของ

ร่างกาย immune system

ซึ่งจะแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ

ภูมิคุ้มกันแบบไม่เฉพาะเจาะจงที่มีโดยธรรมชาติ

native immunity หรือ
natural resistance เป็นภูมิคุ้มกันที่มีมาแต่กำเนิด
กลไกการป้องกันแบ่งออกเป็น
ลักษณะป้องกันทางกายวิภาค

(anatomical barrier) เช่น ผิวหนัง และเยื่อบุผิว

สารเคมีในร่างกาย chemical factor

เช่น น้ำตา น้ำลาย

สารคัดหลั่งจากเซลล์ เยื่อบุจมูก น้ำย่อย

การสะกดกลืนกิน phagocytosis เซลล์

ที่ทำหน้าที่ ได้แก่ neutrophil,monocyte,

macrophage เป็นต้น

ระบบคอมพลีเมนต์ complement system

คือกลุ่มของโปรตีนใน ซีรั่มมากกว่า 20 ชนิด

ที่ในภาวะปกติจะอยู่ในรูป

inactive form แต่เมื่อถูกกระตุ้น

จาก antigen-antibody complex

หรือ immune complex

จะทำให้เกิดการกระตุ้น

เชื่อมโยงต่อๆ ไป และ products ที่เกิดขึ้น

จับเป็นคอมเพล็กซ์ที่เมมเบรน

และก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

ที่กลับคืนไม่ได้ของเมมเบรนทั้ง หน้าที่และรูปร่าง

ทำให้เซลล์เกิดการแตกสลาย

นอกจากนั้น biological products ที่เกิดขึ้น

จะมีผลให้เกิดปฏิกิริยาต่างๆ

ตามมามากมาย

เช่น inflammation, anaphylaxis

ภูมิคุ้มกันแบบเฉพาะเจาะจง

specific acquired immunity

จะแบ่งวิธีการตอบสนองออกเป็น 2 ระบบใหญ่ คือ
humoral immune response (HIR)

คือกระแสเลือดและกระแสน้ำทั่วร่างกาย

โดย อาศัยการสร้าง antibody (Ab)

จาก B-lymphocyte

ซึ่งมีกำเนิดจากไขกระดูก ในตอนแรกจะอยู่ใน

รูป pre-B-cell

จากนั้นย้ายไปที่ lymphoid tissue

เพื่อพัฒนาเป็น B-lymphocyte ที่เจริญเต็มที่จึง

ถูกปล่อยออกมาสู่กระแสเลือด

และไปตาม lymphoid tissue ต่างๆ

เข้าสู่กระแสน้ำเหลืองทั่วร่างกาย เพื่อทำหน้าที่

เมื่อมี immunogen เข้ามา

และทำการตอบสนองก็จะเปลี่ยนแปลงไปเป็น

blast cell และ plasma cell

ตามลำดับเพื่อทำหน้าที่สร้าง antibody

ที่จำเพาะต่อ immunogen แต่ละชนิด

cell-mediated immune response (CMIR)

คือด้านพึ่งเซลล์ เซลล์ที่ทำหน้าที่

ในการตอบสนองนี้คือ T lymphocyte

ซึ่งต้นกำเนิดก็มาจากไขกระดูก

เช่นเดียวกับ B lymphocyte โดยในตอนแรก

จะเป็น pre-T-cell

จากนั้นจึงพัฒนาผ่านทาง thymus gland

มาเป็น T-cell ที่สมบูรณ์

นอกจากนี้การตอบสนองอาจเกิดจากปฏิกิริยา

ของ mediators ที่ปล่อยออกมา (lymphokines)

หรือร่วมกับเซลล์อื่นๆ

เช่น killer cell (K cell),

natural killer cell (NK cell)

เม็ดเลือดขาว leucocyte แบ่งเป็น

polymorphonuclear granular leucocyte (PMN)

เช่น neutrophil, eosinophil, basophil
non-granular leucocyte

เช่น lymphocyte, monocyte โดย lymphocyte
จะเจริญต่อไปเป็น
T lymphocyte มีหน้าที่คือ

ทำลายเซลล์เป้าหมาย

เช่น เซลล์เนื้องอก เซลล์มะเร็ง เป็นต้น

มีหน้าที่ควบคุมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

ได้แก่ ผลิต lymphokines ชนิดต่างๆ

เพื่อช่วย B lymphocyte

สร้าง antibody และช่วย T lymphocyte ชนิดอื่น

NK cell, phagocyte

ในการกำจัดสิ่งแปลกปลอม นอกจากนี้ยังมีหน้าที่

ควบคุมการตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน

ไม่ให้มากเกินไป

โดยการหลั่ง suppressor factor

B lymphocyte เป็นต้นกำเนิดของ

plasma cell

ซึ่งเป็นเซลล์สำคัญในการผลิต antibody

NK cell (Natural Killer Cell)

เป็น large granular lymphocyte ที่ต่างจาก

T, B lymphocyte

คือสามารถเข้าทำลายเซลล์แปลกปลอมได้

โดยไม่ต้องอาศัย antibody คือไม่ต้อง

มีความจำเพาะระหว่างมันและเซลล์แปลกปลอม

การทำงานที่แตกต่างกันนี้จึงถูกเรียกว่า

non specific cell-mediated cytotoxicity

K cell (Killer Cell)

การทำงานต่างจาก NK cell คือ จะทำลายเซลล์

แปลกปลอมด้วยวิธี ADCC

(Antibody dependent cell-mediated cytotoxicity)

Phargocyte ได้แก่

neutrophil, eosinophil, monocyte

และ macrophage

ทำให้เกิดกระบวนการ phagocytosis คือ

กินและทำลายสิ่งแปลกปลอม

เมื่อเซลล์ เหล่านี้มาถึงจะเคลื่อนตัวไปหาสิ่งแปลกปลอมนั้น

(chemotaxis) แล้วประกบติด (attachment)

ต่อมาจะกลืน ingestion

แล้วจึงมีการย่อย intracellular digestion

ด้วยกลไกหลายอย่างในเซลล์

แล้วจึงปล่อยสิ่งแปลกปลอม

ที่ถูกทำลายแล้วออกไปจากเซลล์

elimination Mediator cell ได้แก่

mast cell, basophil ใน granule

มีสารหลายอย่างที่ สำคัญคือ histamine และ SRS-A

(Slow Reactive Substance of Anaphylaxis)

ทำให้มี บทบาทสำคัญในปฏิกิริยาการแพ้ต่างๆ

Interferon (IFN) เป็นกลุ่มของโปรตีน มี 3 ชนิด คือ

interferon alpha

ได้จาก leucocyte และ lymphoblastoid cells

interferon beta ได้จาก fibroblast

interferon gamma

ได้จาก T lymphocyte IFN

จัดเป็น lymphokines ตัวหนึ่งที่มีผลปรับปรุง

ภูมิคุ้มกันระบบ CMIR เช่น

เพิ่ม microphage activity เพิ่ม cytotoxicity

ของ macrophage และ NK cell

เพิ่มการสร้าง antibody ของ B cell เป็นต้น

Interleukin (IL)

เป็นสารโปรตีนที่หลั่งมาจาก leucocyte

มีทั้ง IL1, IL2, IL3, IL4

โดย IL1 มีฤทธิ์เพิ่ม proliferation ของ

B lymphocyte กระตุ้น NK cell chemotaxis เป็นต้น

ส่วน IL2 มีฤทธิ์เพิ่ม proliferation

ของ T lymphocyte

กระตุ้นการสร้าง antibody กระตุ้น NK cell เป็นต้น

ความต้านทานโรคที่ต่างกันขึ้นกับ 2 ปัจจัย คือ

กรรมพันธุ์ ปัจจัยนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

แต่ละคนมีระบบภูมิคุ้มกันที่ได้รับการ

ถ่ายทอดจากพ่อแม่ต่างกัน ฉะนั้นหากพ่อแม่มีระบบภูมิคุ้มกันที่ดี

ลูกก็ย่อมจะมี

ภูมิคุ้มกันที่ดีด้วย หากพ่อแม่มี

ภูมิคุ้มกันบางจุดบกพร่อง

ลูกก็อาจได้รับการถ่ายทอดในจุดที่บกพร่องได้เช่นกัน

แต่โดยทั่วๆ ไป

ภูมิคุ้มกันก็จะได้มาตรฐานในระดับหนึ่ง

สุขภาพร่างกาย เมื่อได้รับเชื้อโรค

ร่างกายจะต้องสร้างสารภูมิคุ้มกันได้เร็วและมากพอ

จึงจะกำจัดเชื้อโรคได้

ถ้าร่างกายอ่อนแอก็ทำให้ระบบอ่อนแอไปด้วย

การสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายก็ ไม่ค่อยดี

จึงเกิดการเจ็บป่วยขึ้น

การเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

ถึงแม้แต่ละคนจะมีระบบภูมิคุ้มกัน

ที่ได้รับถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์มาต่างกัน

แต่ก็สามารถ มีระบบภูมิคุ้มกันที่ดีได้เหมือนกัน

โดยหลักการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันง่ายๆ

มีดังนี้คือ

อาหาร กินอาหารให้ครบทุกหมู่และเพียงพอ

และอาหารที่กินควรมีคุณภาพดี

เช่น สด สะอาด ปนเปื้อนน้อยที่สุด ไม่กินอาหารหมักดอง

อาหารที่ทอดหรือย่างจนไหม้เกรียม

การออกกำลังกายจะทำให้ระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้น

มีการแตกแขนง ของหลอดเลือดในเนื้อเยื่อต่างๆ มากขึ้น

ทำให้เม็ดโลหิตขาวหรือภูมิคุ้มกัน

เข้าสู่ในเนื้อเยื่อต่างๆ ได้ง่าย

เมื่อมีเชื้อโรคเข้ามาก็เข้าไปจัดการได้เร็ว

ทำจิตใจให้เบิกบาน

จิตใจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน
หรือสารสุขในร่างกาย

สารนี้พอหลั่งออกมาทำให้ระบบการทำงานของเซลล์ดีขึ้น

ในทางตรงกันข้ามหากจิตใจห่อเหี่ยวเศร้า เป็นทุกข์

ร่างกายจะหลั่งสารทุกข์

ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ไม่ดี

ร่างกายอาจเจ็บป่วยได้

สารเอ็นดอร์ฟินจะหลั่งเมื่อจิตใจมีความสุข สงบ เบิกบาน

ฉะนั้นการคิดแต่สิ่งดีๆ

คิดช่วยเหลือผู้อื่น คิดในแง่บวก

ก็เป็นการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันเช่นกัน

ปัจจุบันมีการนำความรู้ทางระบบภูมิคุ้มกัน

มาใช้ในการรักษาโรค (immunotherapy)

โดย เฉพาะโรคที่เกี่ยวกับภาวะภูมิคุ้มกันผิดปกติ เช่น

โรคมะเร็ง และโรคเอดส์

การค้นคว้าวิจัยหาสารที่มีฤทธิ์ปรับภาวะภูมิคุ้มกัน

ของร่างกายจึงเป็นสิ่งจำเป็น

สารปรับปรุงภูมิคุ้มกัน (immunomodulators)

คือ สารใดๆ ก็ตามทั้งที่เป็นสารชีวภาพ biological

และไม่ใช่สารชีวภาพที่มีผล

โดยตรงต่อระบบภูมิคุ้มกัน แบบจำเพาะ

หรือมีผล เปลี่ยนแปลงองค์ประกอบใดๆ

ของ immunoregulatory network

ทำให้มีผลทางอ้อม

ต่อระบบภูมิคุ้มกันอีกต่อหนึ่ง

สารปรับปรุงภูมิคุ้มกัน มีความสำคัญมากขึ้น

เนื่องมาจากการระบาดของไวรัส HIV

ซึ่งทำให้เกิดโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง

AIDS

aquired immunodeficiency syndrome

เพราะว่า เชื้อ HIV

จะเข้าทำลาย helper T cell

หากจะสรุปประโยชน์ของสารปรับปรุงภูมิคุ้มกันก็คือ

รักษาผู้ป่วยมะเร็ง

เพราะผู้ป่วยมะเร็งทุกคนจะมีความบกพร่อง

ในระบบภูมิคุ้มกัน

นอกจากนี้คนที่มีระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง

จะมีอัตราการเกิดมะเร็ง

มากกว่าคนปกติถึง 200 เท่า

เพราะฉะนั้นเมื่อเราเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้ดี

ด้วยสารปรับปรุงภูมิคุ้มกัน

จึงรักษาผู้ป่วยมะเร็งได้ โดยจะไปเพิ่มการตอบสนอง

ของร่างกายโดยตรงต่อเซลล์มะเร็งคือ

จะเพิ่มจำนวนและ

หรือ activator ของ effector cells

หรือไปเพิ่มการหลั่ง mediators เช่น

lymphokines จาก T cell

ใช้รักษาโรค AIDS โดยเชื้อ HIV จะทำลาย

helper T cell

ทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสเป็น โรคติดเชื้อ

โรคมะเร็งได้ง่ายกว่าปกติ รุนแรงและรักษายากด้วย

นอกจากนี้เชื้อ HIV ยังทำให้เซลล์ อื่นๆ

ผิดปกติด้วยเช่น NK cell

และการผลิต lymphokines เปลี่ยนแปลง

เป็นยาต้านไวรัส เช่น interferon (IFN)

สามารถป้องกันไม่ให้

uninfected cell ติดเชื้อไวรัส

สารปรับปรุงภูมิคุ้มกันของร่างกายมีหลายชนิด

สามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มๆ ได้ดังนี้

สารปรับปรุงภูมิคุ้มกันที่เตรียมจากจุลินทรีย์ เช่น

Bacillus Calmette Guerin

(BCG) เป็นวัคซีนกระตุ้น macrophage

ให้ดุร้ายขึ้นและทำลายเชลล์มะเร็งดีขึ้น

-1,3 glucan จากผนังเซลล์

Saccharomyces cerevisiae

จะช่วยกระตุ้น

reticuloendothelial system (RES)

ทำให้มีการสร้าง granulocyte

และ monocyte เพิ่มขึ้น

Corynebacterium parvum,

muramyldipeptide dipeptide,

lentinan เป็นต้น

Thymic Hormones

เช่น thymosins, thymichormone factors

และ hormone-like factors

สารสังเคราะห์ เช่น retinoids, levamisole,

Isoprinosin

Interferons และ interferon inducers

เช่น ไวรัส แบคทีเรีย สารสกัดจากรา เป็นต้น

0000000000000000000000000000000

โทร.มาปรึกษา หนึ่งได้ นะครับที่

082-6526598 เวลา 10.00 ถึง 17.00 น.ครับ

My Diary

0

Posted by ittirak | Posted in My Diary | Posted on 23-11-2009

รายงานผล CD4 พร้อมถึงปัญหา

 

ที่คุณหมอฝากมาให้ช่วยกันคิดครับ

 

เมื่อวานไปพบคุณหมอมาครับ เพื่อไปฟังผล CD4

 

เลขที่ออก 1113 / 28.9 เปอร์เซนต์ ครับผม

 

คุณหมอบอกว่าสงสัยต้องทำถ้วยให้แล้ว

 

หนึ่งเองก็ดีใจนะที่ผลออกมาได้ระดับนี้

 

เพราะตั้งใจดูแลรักษาสุขภาพ ตัวเอง อย่างดีในช่วง 23 ปี

 

ที่ผ่านการที่ได้รับเชื้อมา

 

ช่างผ่านไปเร็วจริงๆ กับ 23 ปีที่ติดเชื้อ ปัญหาต่างๆ ที่ต่อสู้มา ก็ ดีขึ้น

 

ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การเข้าถึงการรักษา

 

การสร้างความเข้าใจในการอยู่ร่วมกัน

 

ในสังคมและครอบครับ การเข้าถึงยาของเพื่อนๆ

 

แต่ปัญหา ก็ยังไม่หมดไปซะทีเดียว ยังคง มีปัญหา อยู่

 

แต่น้อยลงกว่าเดิม

 

หนึ่งเองยังคงให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์ อยู่เสมอ

 

ปัญหาที่หน้ากลัว คือ ผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น ส่วนมากเป็นวัยรุ่น

 

ซึ่งจะเป็นอนาคตของประเทศชาติต่อไป

 

วันนี้ได้คุยกับคุณหมอเรื่องของปัญหา ที่จะเกิดขึ้น

 

ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจคุยเท่าไหร่

 

คุยกันไปเรื่อยๆ อยู่ดีๆ คุณหมอก็ถามว่า

 

หนึ่ง รู้ไหมที่โรงพยาบาลไหน รับ ฟอกไตให้กับผู้ติดเชื้อบ้าง

 

เล่นยิงคำถามนี้มา มึนไปเลยครับ บอกตรงๆ นะครับ

 

ไม่ทราบครับ

 

คุณหมอถามทำไมครับ เดี๋ยวผมจะไปหาข้อมูลมาให้

 

ท่านบอกว่า จากการที่ท่านรักษาคนไข้มา

 

ผู้ติดเชื้ออยู่ได้ยาวนานมากขึ้น

 

และจะอยู่ได้จนแก่ แต่ปัญหา ที่ตามมาคือ เรื่องของตับและไต

 

ตับช่างมันก่อน เอาเรื่องไตก่อน ผู้ติดเชื้อ บางส่วน

 

มีปัญหากับผลข้างเคียงของยา

 

ทำให้ไขมันในเลือดสูง

 

และเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวาน

 

ถ้าเกิด โรคเบาหวาน โรคไตก็จะตามมา

 

เรื่องนี้ฝากให้เป็นการบ้านด้วยนะ ว่าจะ ดำเนินการอย่างไร

 

ต่อไปใน 3-4 ปี ข้างหน้า

 

ถ้ามีผู้ติดเชื้อต้องฟอกไต จะมีที่ไหน รับทำให้

 

และ อีกปัญหา คือ ถ้ามีที่รับฟอกไตให้ผู้ติดเชื้อ

 

จะทำอย่างไรกับเครื่องฟอกไต จะเป็นการรับเชื้อเพิ่ม

 

และเชื้อดื้อยาหรือไม่

 

พอได้ฟังแล้ว เข่าแทบอ่อน เป็นเรื่องใหญ่ที่เดียวที่

 

เราไม่เคยคิดมาก่อน

 

ตอนนี้แค่ คนธรรมดาที่เป็นโรคไต

 

ก็ปัญหาในการได้รับการรักษาอยู่แล้ว

 

แล้ว ผู้ติดเชื้อ จะเหลือหรือนั่น

 

ได้การบ้าน หัวข้อใหญ่มากเลยทีเดียว

 

เอาเป็นว่า ตอนนี้เรา สามารถป้องกันได้

 

คือการออกกำลังกาย

 

ควบคุมอาหาร

 

อย่าให้เบาหวานมาอีกโรค เป็นของแถมเลย

 

คุณหมอ บอกกับหนึ่งเองว่า เบาหวานรักษายากกว่า เฮชไอวีนะ

 

นี่เรื่องจริง

 

หนึ่งก็ได้แต่พูดว่าครับ จะช่วยบอกเพื่อนให้ให้ดูแลรักษาสุขภาพ

 

ให้ห่างไกลจากเบาหวาน และโรคไต

 

เบาหวาน เราก็ควบคุมอาหาร และ ออกกำลังกาย เอานะครับเพื่อนๆ

 

ส่วนเรื่องไต ดูแลได้โดย การ ทานอาหาร อีกเช่นกัน

 

เพื่อนๆ ที่ชอบทานรสเค็มจัดก็ ลดลงบ้างนะ

 

ดูแลตัวเองกันด้วยนะครับ

 

จะถึงวันเอดส์โลกอีกแล้ว จะได้เข้าเฝ้าพระองค์โสมฯ อีกเช่นเคย

 

คงจะนำเรื่องนี้ที่ได้คุยกับคุณหมอเข้ากราบทูลด้วย

 

รักและคิดถึง พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ เสมอนะครับ

 

ดูแลสุขภาพกันด้วยนะครับ

 

000000000000000000000000000

 

โทร.มาปรึกษา หนึ่งได้ นะครับที่

 

082-6526598 เวลา 10.00 ถึง 17.00 น.ครับ