บนถนนคนติดเชื้อ

3

Posted by ittirak | Posted in บนถนนคนติดเชื้อ | Posted on 20-01-2010

ตอนที่ 5

วันที่รอคอยก็มาถึง ผมได้เดินทางไปพบคุณหมอตามนัด

เพื่อฟังผลของ ซีดีโฟ ทุกอย่าเหมือนเคย คนไข้ที่มาเอา หนังสือพิมพ์

มาบังใบหน้าไว้เช่นเคย การรอพบหมอนั้น

เหมือนกับเวลาที่รอคอยนั้น เนินนานมากมาย

อาจเป็นเพราะ เรากลัวคนที่เรารู้จัก

และไม่รู้จะบอกว่ามาที่นี่ทำไม มาเพื่ออะไร

เมื่อโดนเรียกชื่อ ผมกับคุณแม่ได้เดินเข้าไปพบคุณหมอ

เช่นเคย รอยยิ้มแห่งความอบอุ่นที่ท่านมีให้ ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

พร้อมที่จะฟังผมหรือยัง ท่านถาม

พร้อมแล้วครับ ผมอยากบอกให้รู้ว่า ผมทรมานมากแค่ไหน

กับการที่รอคอยผล ซีดีโฟ

สำหรับ โรคเอดส์ ที่เป็นแล้ว ตายไม่มีทางรักษา

ผลที่ออกมา ระดับ ซีดีโฟ คุณ ไม่คอยดีนัก

มี อยู่ 200 กว่าๆ เท่านั้นนะครับ

ผมได้แต่นิ่งเงียบ ในความเงียบนี้ เสียงคุณแม่ดังขึ้น

แล้วคนปกติเค้ามีกันเท่าไหร่ค่ะคุณหมอ

ผมรอฟังคำตอบ อย่างใจเต้นรั่ว

คนปกติ มีอยู่ประมาณ 500 ขึ้นไปครับ

อ้าว งั้นผมก็ใกล้ตายแล้วซิ ผมมีแค่ 200 กว่าเท่านั้น

เหมือนกับท่านอ่านใจผมออก

ท่านอธิบายว่า ตอนนี้ อาจจะต่ำไปหน่อย

เพราะร่างกายอาจกำลังปรับตัวอยู่ก็อาจเป็นได้

กลับไปทำตามหมอสั่งนะครับ

แล้วอีก 6 เดือนมาพบกัน

ตอนนั้นในใจผม คิดว่าจะทำยังไงให้ ซีดีโฟ นั้นเพิ่มขึ้น

เพื่อผมจะได้อยู่กับคุณแม่นานๆ

ผมไม่มีความรู้อะไรเลย

ความรู้อันน้อยนิดที่ผมได้มจากคุณหมอจะทำให้ผมอยู่ได้นานเท่าไหร่

ผมและคุณแม่กราบสวัสดี

ในขณะที่เดินทางกลับบ้านเช่า ที่ผมเช่าอยู่กับเพื่อน

คุณแม่ท่านคงเห็นว่าผมเงียบ

มืออันอบอุ่น จับมือผมไว้ แล้วคำที่ทำให้ผมมีกำลังใจอีกครั้งคือ

แม่จะ พยามศึกษาหาความรู้ เรื่องการเพิ่มภูมิคุ้มกันให้นะลูกแม่

ผมได้มองหน้าท่าน แม่ครับ ผมอยากอยู่กับแม่นานๆครับ

น้ำตา ของเราทั้งสองได้ไหลออกมาอีกครั้ง

ในความเงียบสงัดของจิตใจทั้งสองดวง

ทั้งๆที่รอบข้างมีแต่เสียงดัง จากหลายสิ่งหลายอย่างรอบตัว

ผมไม่ได้ยินเสียงอะไรทั้งนั้น

นอกจากเสียงหัวใจของผมที่เต้น อย่างไม่เป็นจังหวะ

เพราะคำว่าเอดส์เป็นแล้วตายไม่มีทางรักษา

มันกลับมา วนเวียนอยู่ให้ความคิดของผมอีกแล้ว

เมื่อกลับถึงบ้านเช่า คุณแม่อยู่ให้กำลังใจผมอีกนานพอสมควร

จากนั้นท่านก็กลับไป

แม่จะรู้หรือไม่ว่าลูกคนนี้อยากให้มีอยู่ข้างๆตลอดเวลา

แต่ท่านมี ภาระ ที่ท่านต้องทำ ผมเข้าใจ

ผมจะทำอะไรได้ นอกจาก คำแนะนำของผมหมอ

ผมจะพยามทำให้ดีที่สุดครับ

เพื่อ วันเวลาที่ผมจะได้อยู่กับคุณแม่นานยาวนานมากที่สุดเท่าที่ทำได้

ผมพยามยามกิน ตาม ตรางเวลาที่ตัวเอง ทำขึ้นเอง

ผมทานข้าววันละ 4 มื้อ ของว่างอีก 2 มื้อ

รวมเป็น 6 มื้อ

การทานข้าวที่เป็นเรื่อง่ายของคนอื่น

แต่กับเป็นเรื่องยากมากสำหรับผม แต่ละมื้อ

ที่จะกินมันให้หมดจาน

ผมคิดค้นวิธีได้แล้ว คือ กินได้ด้วยอ่านหนังสือไปด้วย

แล้วมันก็หมดจริงๆ

ออกกำลังกาย ตีแบด กับเพื่อน ที่หน้าบ้านทุกเย็น

ตื่นเช้ามาสวดมนต์นั่งสมาธิ

ชีวิตผมมีแค่นี้ ส่วนปัญหา เรื่องการนอนไม่หลับ เริ่มกลับมาอีกครั้ง

ทำไง ผมจะพักผ่อนได้เพียงพอ

ชีวิตวนเวียนอยู่กับการพบจิตแพทย์

บางทีก็อยากตายๆ ไปให้รู้แล้วรู้รอด แต่ผมอยากอยู่กับแม่

ผมต้องสู้ สู้เพื่อ สองชีวิต อย่างที่แม่บอกผมไว้

คุณแม่ได้ศึกษา เกี่ยวกับการใช้วิตามินบำบัด

ในการเพิ่มภูมิคุ้มกัน ผมต้องทานวิตามินวันละ มากมาย

เพื่อให้ร่างกายนั้นแข็งแรงขึ้น

การดูแลตัวเองที่เป็นอยู่ กับวิตามิน ที่คุณแม่หามาให้

พร้อมทั้งคำอธิบาย วิตามินตัวไหน ให้ประโยชน์อะไร

และ ผลการวิจัยจากต่างประเทศ

ผู้ติดเชื้อ มีจำนวน ซีดีโฟ เพิ่มขึ้น ทำให้ผมมีความหวัง

ผมทานวิตามนหลายอย่างมา

ทั้งเห็ดหลินจือ และ ว่านหางจระเข้

ผมท่านทุกอย่างที่คุณแม่บอก ผมศึกษามันไปด้วย

หาข้อมูลต่างๆ ว่า ทุกอย่าง ที่ผมกินเข้าไป

แต่ละชนิด มันช่วยให้อะไรกับร่างกายของเรา

แต่ละวัน ทำไม เวลาช่างยาวนานเหลือเกิน อีกตั้ง 6 เดือน

กว่าผมจะได้รู้เส้นตายของผมอีกครั้ง

แต่ผมจะทำวันนี้ให้ดีที่สุด

พร้อมจะสู้ ด้วยจิตใจที่ อ่อนแอ

เพื่อคุณแม่เท่านั้นเอง


000000000000000000000000000

ตอนต่อไปคงมาเร็วๆนี้นะครับ

**********************************

โทร.มาปรึกษา หนึ่งได้ นะครับที่

082-6526598 เวลา 10.00 ถึง 17.00 น.ครับ

บนถนนคนติดเชื้อ

0

Posted by ittirak | Posted in บนถนนคนติดเชื้อ | Posted on 04-01-2010

ตอนที่ 4

เมื่อถึงเวลาที่ผม ต้องไปพบคุณหมอตามนัดที่โรงพยาบาล

อย่างที่เล่ามาก่อน ว่า

ต่างคนต่างมีหนังสือพิมพ์คนละเล่มเอาไว้บังหน้า

เพราะกลัวเจอคนที่รู้จัก

เหมือนเช่นเคย คุณแม่ไม่เคย ทิ้งผมให้ไป คนเดียว

ท่าน เคียงข้างผมเสมอ เมื่อเข้าไปพบคุณหมอ 

ผมก็ได้ สัมผัสได้กับความอบอุ่นได้อีกครั้ง

ด้วยความเป็นกันเองของท่าน

ท่าน ถามผมว่า เป็น อย่างไรบ้าง ผมตอบตรงๆว่า

ผมยังนอนไม่หลับครับ เพราะความคิด ของผมวันเวียน

อยู่แต่คำว่าเอดส์เป็นแล้วตายไม่มีทางรักษา

คุณหมอบอกผมว่า อย่าคิดมาก

ทำตามที่ ผมบอก จะมีอายุ อีกได้อย่างน้อยเป็น 10  ปี

ผมมีกำลังใจมากขึ้นอีก

จากนั้น ก้ไปเจาะเลือด คุณหมอนัดผมอีกครั้ง

คือ 6 เดือนข้างหน้า เพื่อมาฟังผล CD4

ผมแทบ ทนไม่ไหว เพราะอยากรู้ว่า จำนวน CD4

ของผมอยู่ที่เท่าไหร่

ผมและคุณแม่ ได้เดินทางกลับบ้าน เมื่อถึงบ้าน

ผมก็ไม่มีอะไรจะทำ นอกจาก อยู่กับ อารมณ์เก่าๆ

คือเอดส์เป็นแล้วตาย

การทำจิตใจให้สบาย นี้ช่างเป็นเรื่องยาก มากมายจริงๆ

คุณแม่เองท่านก็ไม่ได้อยู่นิ่ง ท่านได้ พาผมไปยกให้เป็นลูกของ

สมเด็จพระพุฒาจารย์ โต  พรหมรังสี  

จากนั้น คุณแม่ได้สอนให้ผมรู้จักหารสวดมนต์

การทำสมาธิ เพื่อทำให้จิตใจนั้นสงบ

ยอมรับว่าช่วยผมได้ ดีทีเดียว แต่ก็ ยังไม่ทั้งหมด

เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นที่จิต

จิต มันพาคิดไปว่าเอดส์เป็นแล้วตาย ทีไร ก็ หมดแรงทุกที

ชีวิตประจำวันของผมตอนนั้น

ไม่มีอะไรเลย นอกจาก การ ดูแลสุขภาพกายจิตให้ดีที่สุด

ผมกินข้าววันละ 6 มื้อ

เพื่อให้น้ำหนักตัวขึ้น ผมออกกำลังกาย

เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง

แต่ติดอยู่ที่ข้อ นอนหลับ พักผ่อนให้เพียบพอ ยากที่สุด

ผมยอมรับ มันนอนไม่หลับ ทำยังไงก็นอนไม่หลับ

เสียงของ คำว่าเอดส์ เป็นแล้วตายไม่มีทางรักษา

เข้ามากระทบจิตใจผม อีกเช่นเคย

ถ้าเรานอนหลับไม่ได้ เท่ากับเรา ไม่ได้พักผ่อน

เราจะต้องตายแน่ๆ ทำยังไงให้นอนหลับ

ปัญหานี้ เป็น ปัญหาที่ใหญ่ที่สุด ในการดำเนิน ชีวิตของผม

คุณแม่จึงลองให้ กินยานอนหลับ

ผมกินเข้าไป ไม่เห็นหลับเลย

ผม ได้พยามทำหลายอย่างเพื่อให้ผมได้นอนหลับ

แต่ไม่สำเร็จ จน ต้องไปพบจิตแพทย์

เพื่อ ขอยานอนหลับ คุณแม่ไม่เคย ทิ้งผมอีกเช่น เคย

ท่านพาผมไป ที่โรงพยาบาล หลายแห่ง

แห่งแรก ที่ผมไป เป็นอะไร ที่ มัน รู้สึกบอกไม่ถูก

อาจเป็นเพราะว่า ในห้องไม่ได้มีแต่ผมกับคุณหมอ

มันดันมีนักสึกษาแพทย์ ร่วมฟังด้วย ผมเลยรู้สึกไม่เป็น ส่วนตัว

จากนั้นก็ได้ยา มา กลับมาบ้าน กิน เท่าไหร่ก็ นอนไม่หลับ

แถม มึนหัว ง่วงนอน ลอยๆ บอกไม่ถูก

แต่เวลานอนก้ไม่หลับ

คุณแม่ พาไปพบจิตแพทย์ อีกหลายแห่ง

จนมา พบจิตแพทย์ ที่ผม ได้คุยด้วยแล้ว รู้สึกเป็นกันเอง

ท่านบอกผมว่า กินยาไปนะ มันไม่หลับก็ ทนเอา

อีกหน่อย ร่างกาย มัน ทนไม่ไหว จะ หลับได้เอง

ผมคิดในใจว่า โห ถ้าเป็น อย่างนั้นได้จริง

ผม คงหลับเองไปได้แล้ว

คนไม่ต้องมาพบคุณหมอ ผมได้ยาไป หลายอย่างมาก

ร่วมถึงยานอนหลับอีกเช่น เคย

แต่ครั้งนี้ ผมได้ นอนหลับ พึ่งจะรู้ว่า

การนอนหลับมีความสุขมากแค่ไหน เพราะยานอนหลับตัวใหม่

ที่คุณหมอให้มา ผมดีใจมากมาย

เพราะ ผมจะไม่ตายแล้ว ผมได้ พักผ่อนเพียงพอแล้ว

ผมยังคงไปพบ จิตแพทย์ อย่างต่อเนื่อง

แต่สิ่งที่ผมได้เห็น ในเวลาที่ผมไปพบจิตแพทย์

คือ ผมเจออะไรแปลกๆ

เช่น ครั้งนี้ มีคนกลุ่มหนึ่ง เดินยกเก้าอี้ไปวางไว้ที่กำแพง แล้ว

ก็ยกกลับมา วางไว้ที่เก่า

ยกไปยกมาแบบนั้น ผม งง สงสัย เขาทำไปเพื่ออะไร

ทำไปทำไม

และผมก็ได้กระจ่าง เมื่อได้เข้าไปพบคุณหมอ

ผมถามท่าน คำตอบ ที่ได้คือ

เขาคนนั้นเป็นโรคจิตชนิดหนึ่ง

คือโรค ที่อยู่เฉยไม่ได้ ขั้นรุนแรง เขาเลยต้องทำอะไรแบบนั้น

ตลอดเวลา เพราะทำให้เขา สบายใจ

เมื่อก่อน เป็นมากกว่านี้ แต่ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้ว

เมื่อได้ยินเช่น นั้น ผม ใจอ่อนเลย

ผมถามคุณหมอว่า แล้วผมจะเป็นแบบนี้มั้ยครับ

ยังดี ที่คุณหมอบอกผมว่า ไม่เป็นถ้ากินยา ต่อไป อย่างต่อเนื่อง

เอา ผมจะ กินยาต่อไป ชีวิต ไม่มีอะไร ที่แน่นอนเลย

ผมติดเชื้อแล้ว ยังต้องมาพบจิตแพทย์ อีก

อะไรหนักหนาชีวิตนี้

เอา ทำชีวิต ประจำวันให้ดีที่สุด

กินอาหารที่มีประโยชน์ ไม่รับเชื้อเพิ่ม

นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

กินวิตามินที่คุณแม่จัดหามาให้

ทำต่อไป เพื่อรอเวลา ที่ผม CD4 จะออกมาในวันที่คุณหมอนัด

 

***************************************************

 

โทร.มาปรึกษา หนึ่งได้ นะครับที่

082-6526598 เวลา 10.00 ถึง 17.00 น.ครับ

บนถนนคนติดเชื้อ

0

Posted by ittirak | Posted in บนถนนคนติดเชื้อ | Posted on 23-12-2009

ตอนที่ 3

 

เมื่อเดินทางกลับถึงบ้าน ที่เช่า อยู่กับเพื่อน

 

สิ่งที่ผมกลัวที่สุดคือ เพื่อนจะรับได้หรือไม่

 

กับการที่ผมติดเชื้อตัวนี้มา

 

เขาทั้ง 2 จะมีความเข้าใจมากน้อยแค่ไหน

 

สิ่งต่างๆ ที่กังวล ได้ถูกแก้ไข

 

โดย คุณ แม่ ท่านเป็นคนให้ความรู้กับเพื่อนทั้งสอง

 

เป็นโชคดี ของผมที่มีคุณแม่ที่รักผม

 

ท่านอธิบายให้เพือนผมได้เข้าใจ

 

ว่า เราสามารถ อยู่ร่วมกันได้ 

 

แต่ คำว่าเอดส์ เป็นแล้วตายไม่มีทางรักษา

 

ยังคงวิ่งวนเวียน อยู่ในสมอง ตลอดเวลา

 

ผมได้ แต่นอนนิ่ง ไม่ทำอะไร ทั้งสิ้น

 

อารการ ไข้ ก็ยังคงมี ผมไม่ยอมทำการรักษาใดๆ

 

อยากนอน อยู่แบบนี้ ให้ มันตายไปจากโลกใบนี้

 

ในสมองถามตัวเอง ว่าไปติดมาจากไหน

 

คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก มันมีหลายเรื่องวิ่งอยู่ในหัวสมอง

 

ทั้งอยากตาย ทั้งสับสน เราจะตายเมือไหร่

 

จะมีชีวิต อยู่ได้นานแค่ไหน และในที่สุดก็ตัดสินใจ

 

ไม่รับรู้อะไร อีก ดีที่สุด นอนแบบนี้ให้ตายไป

 

แต่ด้วยคำพูดของคุณแม่

 

ท่านบอกกับผมว่า ลูกแม่ ลูกต้องสู้นะ

 

ลูกไม่ได้สู้เพือ่ชีวิตเดียว ลูกสู้เพื่อ สองชีวิต

 

ถ้าไม่มีลูก แม่จะ อยู่ได้อย่างไร

 

คำพูดนี้ทำให้ผม รุกขึ้นมาสู้

 

อาหารมื้อแรก หลังจากที่ไม่ได้ กินอะไรมา 10 วัน

 

คือโจ๊ก ที่คุณแม่ซื้อมาให้ ผมรุกขึ้นมากิน จนหมด 

 

ร่างกายค่อยเริ่มมีแรง

 

ผมมองหน้าคุณแม่ และผมสัญญา

 

กับท่านว่าผมจะสู้ครับ สู้เพื่อ สองชีวิต ครับแม่

 

ลูกจะทำให้ดีที่สุด

 

เพื่อลูกจะได้อยู่กับแม่ให้นานที่สุดครับแม่

 

คุณแม่บอกผมว่าท่านจะ เป็นคนพาผมไปหาหมอ

 

ท่านจะหาหมอที่รักษาผมให้ได้

 

ตอนนี้ชีวิตผมฝากไว้ที่คุณแม่

 

เราฝากชีวิตไว้ซึ่งกันและกัน  

 

ผมจึงยอมไปพบคุณหมอคลินิกแห่งหนึ่ง

 

แถวสะพานควาย เมื่อเดินเข้าไป

 

โดยมีคุณแม่เดินเคียงข้างผมอย่างเสมอ

 

ไม่ผิดอย่างที่คุณแม่บอกผมไว้เลย

 

ท่านดูอบอุ่น เป็นกันเอง

 

และไม่รังเกียจผมเลย แม้นแต่น้อย

 

ต่างจากโรงพยาบาลแห่งนั้นที่ไล่ผมออกมา

 

ท่านตรวจดูร่างกายผมโดยที่ไม่ใส่ถุงมือ

 

ผมมีต่อมน้ำเหลือโตหลายแห่ง ท่านบอกผมเช่นนั้น

 

ดูแลตัวเองให้ดีๆ

 

เราสามารถมีชีวิตอยู่ได้อีกเป็น 10 ปี

 

ทำตามนี้นะ

 

1.ไม่รับเชื้อเพิ่ม

 

2.ทานอาหารที่มีประโยชน์

 

3.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

 

4.ไม่กินเหล้าไม่สูบบุหรี่

 

5.ทำจิตใจให้สบาย

 

6.นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

 

ผมรับปากท่าน ว่า ครับผมจะทำให้ได้

 

แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย โดยเฉพาะ ข้อ 5 และ 6

 

ทำจิตใจให้สบาย โดย ที่ผมรู้ว่าเอดส์เป็นแล้วตาย

 

นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

 

ผมจะหลับลงได้อย่างไร

 

ในเมื่อ ผมยังคงคิดอยู่ว่าผมจะตายเมื่อไหร่

 

แต่อย่างน้อย วันนี้ผมก็ได้พบทางออก

 

ผมก้าวออกมาจากที่มืดแล้ว

 

ถึงแสงสว่างนั้นจะเล็กเท่าปลายไม้ขีดก็ยังดีกว่าไม่มี

 

ผมพร้อมที่จะสู้ต่อไป

 

คุณหมอจึงนัดผมให้ไปพบที่โรงพยาบาล

 

เพื่อตรวจหา CD4 ต่อไป

0000000000000000000000000000000

 

โทร.มาปรึกษา หนึ่งได้ นะครับที่

082-6526598 เวลา 10.00 ถึง 17.00 น.ครับ

บนถนนคนติดเชื้อ

0

Posted by ittirak | Posted in บนถนนคนติดเชื้อ | Posted on 08-12-2009

ตอนที่ 2

 

เมื่อถึงเวลาที่ต้องเข้าพบคุณหมอ ซึ่งผมได้เจอท่านมาแล้ว

 

2 ครั้ง ที่คลีนิก แห่งหนึ่ง แถวสะพานควาย

 

จึงค่อนข้างคุ้นเคยกับท่าน ผมเดินเข้าด้วยความรู้สึกที่แตกต่าง

 

กันโดยสิ้นเชิง จากความรู้สึกกลัว เมื่อนั่งอยู่ด้านนอกนั้น

 

ตอนนี้ กลายเป็นความรู้สึกอบอุ่น อย่างบอกไม่ถูก

 

ท่านถามว่าเป็นไงแข็งแรงดีขึ้นหรือไม่ 

 

ครับผมแข็งแรงขึ้น เพราะผมได้เปลี่ยนตัวเองทั้งหมดเลยครับ

 

เลิกดื่มเหล้า หันกับมาออกกำลังกายสม่ำเสมอ

 

ส่วนเรื่อง นอนหลับพักผ่อน ยังไม่เพียงพอเช่นเดิมครับคุณหมอ

 

เพราะ ผมยังกลัวตายอยู่  เพราะเอดส์เป็นแล้วตายไม่มีทางรักษา

 

จึงคิดไปต่างๆ นาๆ ตามที่ได้ รับรู้ข้อความเกี่ยวกับโรคนี้

 

เพราะสิ่งที่เขียนมาทั้งหมด มันเกิดขึ้นมาในปี 2529

 

คุณหมอ บอกว่า เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน วันนี้มาคุยเรื่อง

 

การตรวจดู CD4 นะ ท่านอธิบายว่า คนปกติธรรมดา

 

จะมีจำนวน CD4 อยู่ประมาณ 500 ขึ้นไป ถ้า ของเราเท่าไหร่

 

จะได้รู้กัน อีก 3 เดือนข้างหน้า วันนี้มาเจาะเลือดก่อนนะ

 

ครับคุณหมอ ผมมองท่าน ได้เห็นรอยยิ้ม ที่ เมตตาอย่างยิ่ง

 

ท่านทำทุกอย่างออกมาจากหัวใจ มิได้เสแสร้งแกล้งทำแม้นแต่อย่างใด

 

ทำให้ผม อบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก มันต่างกันราวฟ้ากับดิน

 

อีก 3 เดือนเจอกันนะครับ ผมฟังผล CD4 ตอนนี้

 

ดูแลรักษาสุขภาพตัวเองให้ดีๆ มีอะไร หรือไม่สบายไปหาหมอได้

 

ที่ คลินิกนะครับ พร้อมกอดคอผม น้ำตา ผมไหลออกมา

 

นี่แหละ ผมได้เจอพ่อพระแล้ว ท่านไม่ได้ รังเกลียดผมเลย

 

ซึ่งต่างกับ หมอที่ผมเจอในครั้งแรกตอนที่ผมได้รู้ว่าตัวเองติดเชื้อ

 

ไหนๆ ก็ คุยมาถึงตรงนี้แล้ว มาย้อนกลับไปดีกว่า

 

ผมรู้ว่าตัวเองติดเชื้อได้อย่างไร ผม ป่วยไม่สบายหลายครั้ง

 

พอเข้าไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล เมื่อหาย ผมก็กลับออกมา

 

ทำตัวเหมือนเดิมดื่มเหล้า นอนหลับไม่พียงพอ แล้วผมก็ป่วย

 

กลับ เข้ามารักษาตัวที่โรงพยาบาลอีก เป็นอยู่หลายครั้ง

 

จนคุณหมอ และ คุณแม่  งงไปหมดว่าผมเป็นอะไร เพราะ

 

หมอได้ตรวจหมดทุกอย่างแล้ว ไม่เจอโรคอะไรที่ร้ายแรง

 

คุณแม่จึงตัดสิ้นใจ บอกคุณหมอโดยที่ผมไม่รู้เลย ว่า

 

เลือดที่กำลังโดนเจาะ อยู่ตอนนี้ จะนำไปตรวจหาโรคเอดส์

 

สมัยนั้น ยังเรียกแบบนี้ เช้าอีกวัน ช่างเป็นวันที่แสนอบอุ่นจัง

 

คุณพ่อ และ ญาติทางคุณพ่อมาเยี่ยมกันเพียบ

 

หูย ไม่เจอกับแบบนี้มนานและ แต่ผมว่ามีอะไร แปลกๆ นะ

 

เพราะ การมาเยี่ยมของทุกคนแลดูเศร้าๆ แม่เลี้ยงผม ร้องไห้ด้วย

 

อะไรหว่า มันเกิดอะไรขึ้นครับ ทุกคน อยู่ห่างผม ตอนนั้นรู้สึกแปลก

 

แต่ไม่คิดเลยว่าผมจะติดเชื้อ  พอทุกคนกลับไปหมด

 

คุณหมอได้เข้ามายืนห่างๆ และบอกผมว่า ทำใจดีๆ นะ

 

ผมมีเรื่องจะบอก ผลตรวจเลือดออกมาคุณติดเชื้อเอดส์

 

ผมย้ำถามว่าอีกครั้ง อะไรนะครับคุณหมอ คำตอบที่ได้ เหมือนเดิม

 

เหมือนรถบรรทุก 50 คันวิ่งเข้าชน มึนตรึบ งง สับสน

 

สมองคิดอะไรไม่ออก  นึกได้สิ่งแรกคือ คุณแม่

 

เสียงแรกที่ออกจากปากผม คือ คุณหมอครับ แม่ผมรู้หรือยัง

 

ทุกคนรู้หมดแล้ว เพราะคุณแม่ สั่งให้หมอตรวจหาเชื้อตัวนี้เอง

 

ครับ คำตอบสั้นๆ จากปากผม แต่สิ่งที่ออกมาจากปากหมอซิครับ

 

เหมือนรถบรรทุก 50 คัน เมื่อกี้ เททรายทับตัวผม พร้อมกัน

 

ผมขอให้คุณ ย้ายออกจากโรงพยาบาลนี้ ภายใน ครึ่งชั่วโมง

 

เพราะที่โรงพยาบาลนี้ไม่รับรักษาผู้ป่วยเอดส์

 

ผมมองหน้าท่าน อย่าอ้อนวอน คุณหมอครับ

 

ผมยัง ป่วย มีไข้ น้ำเกลือก็ยังต้องให้ ผมจะออกไปรักษาที่ไหน

 

ไม่มีคำตอบจากสวรรค์ มีแต่นรก ที่อยู่ในใจผมตอนนี้

 

พยาบาล ขอบัตรประชาชนผมไป

 

ผมมารู้ภายหลังว่า ไม่ว่าสถานพยาบาลใด ที่ตรวจพบผู้ป่วยเอดส์

 

ให้รายงาน เข้าไปที่กระทรวง ทุกราย

 

เรื่องนี้ เดี๋ยวเอาไว้ เล่าให้ฟังใน ครั้งต่อๆ ไปนะครับ

 

ความเงียบ กลับเข้ามาอีกครั้ง ผมนอน นิ่งอยู่แบบนั้น จน

 

มีเสียงเปิดประตู ในใจคิดว่าคงเป็นคุณแม่ แต่ไม่ใช่

 

เป็นพยาบาลใส่ชุดอวกาศ เหอๆ เดินเข้ามาถอดสายน้ำเกลือ

 

พร้อมคืนบัตรประชาชน ผมหน้ารังเกลียด ขนาดนั้นเชียวหรือ

 

อะไรมากมายหลายสิ่ง ประดังเข้ามาในหัวสมอง สิ่งที่คิดออกคือ

 

โทรหาคุณแม่ก่อน ดีที่สุด หลังจากได้คุยกับคุณแม่

 

ท่านบอกให้ผมรอ ท่านกำลังเกิดนทางมา รับผมที่โรงพยาบาล

 

เมื่อวางสาย คำถามมากมาย วิ่งเข้ามา  ในสมอง

 

ผมจะตายเมื่อไหร่ จะอยู่ได้นานแค่ไหน

 

ผมจะไปรักษาตัวที่ไหน กลับไปที่บ้าน ที่ผมเช่าอยู่กับเพื่อน

 

เพื่อนๆ จะรับได้ไหม ผมจะโดนไล่ออกจากบ้านเช่าเหมือนกับที่โดน

 

โรงพยาบาลไล่ไหม เสียงเปิดประตู ดังขึ้นอีกครั้ง คุณแม่ที่ผมรัก

 

เดิมเข้ามากอดผม ผมร้องไห้ น้ำตาไหล ท่านบอกว่า ไปลูก

 

แม่จะไม่ยอมให้ลูก เป็นอะไร แม่จะ หา ทุกวิถีทางที่จะทำให้ลูกหายนะ

 

ตอนนี้เรากับบ้านกันก่อน ลูกต้องสู้นะ แม่จะ อยู่ข้างๆ

 

เป็นกำลังใจให้ลูกเสมอ ลูกรักของแม่ ครับผมก็รักแม่มากครับ

 

คุณแม่ก็พาผมออกจากโรงพยาบาลนั้นกลับไปที่บ้านเช่า

 

วันนี้เอาแค่นี้นะครับ โปรดติดตาม ตอนต่อไป

 

0000000000000000000000000000000

 

โทร.มาปรึกษา หนึ่งได้ นะครับที่

082-6526598 เวลา 10.00 ถึง 17.00 น.ครับ

บนถนนคนติดเชื้อ

0

Posted by ittirak | Posted in บนถนนคนติดเชื้อ | Posted on 02-12-2009

ตอนที่ 1

 

วันนี้ อยากจะเขียนเรื่อง ประวัติที่ผ่านมา ของตัวเอง

 

ตอนแรกๆ ที่บุกเบิด ชมรมแรกของผู้ติดเชื้อในประเทศไทยนั้น

 

ยาก แสน ยาก เพราะ ผู้ติดเชื้อ มาหาหมอ ยังไม่เปิดเผย ตัวเอง

 

ทุกคนที่มาหา คุณหมอตามนัด จะมีหนังสือพิมพ์ คนละ 1 เล่น

 

เอามานั่งอ่าน แต่ที่จริงแล้ว ไม่ได้อ่านเลย

 

เอามาปกปิดใบหน้าตัวเองก็ว่าได้

 

ผมเองก็เช่นกัน  ตอนนั้นจำได้ว่าเป็นตึกอนันต์ ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง

 

แต่ละครั้ง คนไข้ยังไม่เยอะ แค่ไม่ถึง 10 คน  ผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น

 

การที่ผมได้พบคุณหมอท่านนี้ ถือว่าเป็น ผลบุญ ที่คุณแม่ท่าน นำผมมา

 

เพราะถ้าคุณแม่เป็นผู้ ค้นหา ว่าจะให้ผมได้รับการรักษาที่ไหน

 

ผมคงนอน  นอน และ นอน อยู่แบบนั้น

 

มาถึงตอนนี้ บุญคุณของคุณแม่ หาอะไร มาทดแทนไม่เลยเลยทีเดียว

 

ผมได้เริ่มรู้จักว่า ผู้ติดเชื้อ ต้อง ดูแลตนเองอย่างไร เมื่อได้พบคุณหมอท่านนี้

 

ครั้งแรกที่ คลินิก แห่งหนึ่งแถวสะพานควาย วันนั้นผมได้รู้ว่า

 

1.ห้ามรับเชื้อเพิ่ม

 

2.นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

 

3.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

 

4.ไม่ดื่มเหล้าไม่สูบบุหรี่

 

5.นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

 

6.ทำจิตใจให้สบาย

 

อ่านดูแล้วง่าย จังนะครับ แต่ ความจริงมันไม่ง่ายแบบนั้นเลย

 

ข้อที่อยากที่สุดคือ การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

 

และทำจิตใจให้สบาย  จะง่ายได้อย่างไร เพราะ ตอนนั้นยังไม่มียารักษา

 

เอดส์เป็นแล้วตายเท่านั้น ผมคงต้องรอความตายต่อไป

 

หลังจาก ได้คำแนะนำจากคุณหมอ ว่า การดำเนินโรคจะเป็นเช่นไร

 

ท่านบอกกับผมว่า ผมยังสามารถ มีชีวิตอยู่ได้อีกนาน

 

ถ้าผมดูแลตนเองดีๆ อย่างที่ท่านบอกไว้

 

และ ให้ผมไป พบท่านที่ โรงพยาบาล ผม มองหน้าคุณแม่

 

และตอบตกลงครับผมจะไปครับ 

 

เพราะอะไร ตอนนั้นไม่มีใครรู้ดีเท่าผม

 

เพราะว่า ผมอยากใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ให้ได้นานที่สุด

 

เพือได้อยู่กับคุณแม่ที่ผมแสนรัก นั่นเอง

 

ผมจึงพยามทำทุกอย่าง ที่จะ ดำเนินชีวิตที่เหลืออยู่ ในได้นานที่สุด

 

นอนไม่หลับ ก็ นอนเข้าสมาธิเอา เมื่อจิต ไปคิดเรื่องความตาย

 

ก็ หัน ความสนใจไป หาสิ่งอื่นทำ

 

เพื่อ ไม่ให้ตัวเอง อยู่กับความคิดของตัวเอง

 

เรียกว่าหนีความจริงก็ว่าได้ เพราะ มันยังไม่มียารักษานี่ เห้อ

 

เอาเป็นว่า มัน ทรมาน อย่างแสนสาหัสเลยก็ว่าได้

 

แต่อะไรก็ไม่ยิ่งใหญ่เท่า กำลังใจ ที่เราจะต่อสู้

 

เพื่อที่จะได้อยู่กับคุณแม่ 

 

และผมก็ ตกลงไปตามที่คุณหมอ นัด

 

และผมจะได้รู้ ว่าจำนวน  CD4 ของผม มีเท่าไหร่

 

จากความรู้ที่ได้จากคุณหมอ ในคนปกติธรรมดา

 

จะมีจำนวน CD4 อยู่ที่ 500 ขึ้นไป ผมเองก็ อยากรู้ว่าตัวเองมีเท่าไหร่

 

ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ผม มานั่งอยู่ตรงนี้ พร้อมหนังสือพิมพ์ 1 ฉบับ

 

เอาไว้ ปกปิด ใบหน้าของตนเอง

 

วันนี้ เอาแค่นี้ก่อนนะครับ แล้วจะ เข้ามาเล่าให้ฟังเรื่อยๆ

 

ก็ เรื่องมัน ผ่านมา 23 ปีเต็มๆ

 

ขอเวลา ทบทวนความจำหน่อย แล้วกันนะครับ

 

0000000000000000000000000000000

 

โทร.มาปรึกษา หนึ่งได้ นะครับที่

082-6526598 เวลา 10.00 ถึง 17.00 น.ครับ