Glutathione กลูตาไทโอน

1

Posted by ittirak | Posted in วิตามินต่างๆ | Posted on 28-01-2010

Glutathione คืออะไร?

Glutathione กลูตาไทโอน เป็นสารประเภท Tripeptide

 

ที่ประกอบด้วย

 

กรดอะมิโน 3 ชนิด ได้แก่ Cysteine, Glycine

 

และ Glutamic acid

 

หน้าที่หลักของสารตัวนี่ที่เด่นมีอยู่ 3 ประการ คือ

 

Detoxification : กลูตาไทโอนช่วยสร้างเอ็นไซม์ชนิดต่าง ๆ

 

ในร่างกายโดยเฉพาะ Glutathion-S-transferase ที่ช่วยในการ

 

กำจัดพิษออกจากร่างกายโดยไปเปลี่ยนสารพิษชนิดไม่ละลายในน้ำ

 

(ละลายในน้ำมัน) เช่น พวกโลหะหนัก สารระเหย ยาฆ่าแมลง

 

แม้แต่ยาบางชนิด ให้เป็นสารที่ละลายน้ำได้ดีขึ้นและง่ายต่อการกำจัดออก

 

จากร่างกาย นอกจากนี้ยังช่วยป้องกัน

 

ตับ จากการถูกทำลายโดย แอลกอฮอล์ (สุรา) สารพิษจากบุหรี่

 

ยาพาราเซตามอลเกินขนาด (Overdose) ฯลฯ

 

Antioxidant : กลูตาไทโอนมีคุณสมบัติเป็นสารต้านปฏิกิริยาอ๊อกซิเดชั่น

 

(Antioxidant) ที่มีความสำคัญตัวหนึ่งในร่างกาย และหากขาดไป วิตามินซีและอี

 

อาจจะทำงานได้ไม่เต็มที่

 

Immune Enhancer : ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกาย

 

โดยกระตุ้นการทำงานของเอ็นไซม์หลายชนิดเพื่อให้ร่างกายต่อต้าน

 

สิ่งแปลกปลอมรวมถึงเชื้อแบคทีเรียและไวรัส นอกจากนี้กลูตาไทโอน

 

ยังช่วยสร้างและซ่อมแซม DNA สร้างโปรตีนและ protaglandin

 

แหล่งที่พบ : พบสารชนิดนี้ได้ในพืชผักชนิดต่างๆ ผลไม้ทั่วไปและเนื้อสัตว์

 

แต่จะพบมากใน Asparagus อะโวกาโด และ Walnut ร่างกายเราก็สามารถสร้าง

 

กลูตาไทโอนได้และมีสารหลายชนิดที่ช่วยเพิ่มการสร้างได้แก่

 

Alpha lipoic acid, Glutamine3, Methionine,

 

Whey Protein, Vitamin B-6,

 

Vitamin B-2 , Vitamin C4 และ Selenium

 

ภาวะการขาด : โดยปกติแล้วร่างกายเราจะไม่ขาดกลูตาไทโอน

 

นอกเสียจากจะเป็นโรคบางชนิดที่ทำให้เกิดความต้องการสารตัวนี้มากขึ้น

 

หรือโรคที่ต้านการสร้าง Glutathione โรคหรืออาการบางชนิดที่เกี่ยวข้องกับ

 

การขาด สารนี้หรือต้องการสารนี้ในปริมาณเพิ่มขึ้น ได้แก่ โรคตับ เบาหวาน

 

โรคความดัน ต้อหิน มะเร็ง เอดส์ ฯลฯ

 

ในผู้ที่สูบบุหรี่จัดจะพบว่ามีระดับกลูตาไทโอน ในเลือดต่ำ

 

เนื่องจากอัตราในการใช้กลูตาไทโอน เพิ่มขึ้น

 

ชนิดและขนาดรับประทาน :

 

ปัจจุบันกลูตาไทโอนมีวางจำหน่ายในหลายรูปแบบ เช่น ชนิดเม็ดหรือแคปซูล

 

ชนิดพ่น ชนิดฉีดเข้าเส้นและฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ผู้ป่วยโรคชนิดต่างๆ

 

ที่ตรวจพบว่ามีการขาดสารนี้ควรใช้ตามแพทย์แนะนำ ในแง่ของการป้องกัน

 

หรือเพื่อต้านปฏิกิริยาอ๊อกซิเดชั่น ขนาดที่รับประทานคือ 500-1000 มก. ต่อวัน

 

ผลข้างเคียง :

 

ถึงทุกวันนี้ยังไม่พบผลข้างเคียงหรือปฏิกิริยาระหว่างยาของกลูตาไทโอน

 

ชนิดรับประทาน

บนถนนคนติดเชื้อ

3

Posted by ittirak | Posted in บนถนนคนติดเชื้อ | Posted on 20-01-2010

ตอนที่ 5

วันที่รอคอยก็มาถึง ผมได้เดินทางไปพบคุณหมอตามนัด

เพื่อฟังผลของ ซีดีโฟ ทุกอย่าเหมือนเคย คนไข้ที่มาเอา หนังสือพิมพ์

มาบังใบหน้าไว้เช่นเคย การรอพบหมอนั้น

เหมือนกับเวลาที่รอคอยนั้น เนินนานมากมาย

อาจเป็นเพราะ เรากลัวคนที่เรารู้จัก

และไม่รู้จะบอกว่ามาที่นี่ทำไม มาเพื่ออะไร

เมื่อโดนเรียกชื่อ ผมกับคุณแม่ได้เดินเข้าไปพบคุณหมอ

เช่นเคย รอยยิ้มแห่งความอบอุ่นที่ท่านมีให้ ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

พร้อมที่จะฟังผมหรือยัง ท่านถาม

พร้อมแล้วครับ ผมอยากบอกให้รู้ว่า ผมทรมานมากแค่ไหน

กับการที่รอคอยผล ซีดีโฟ

สำหรับ โรคเอดส์ ที่เป็นแล้ว ตายไม่มีทางรักษา

ผลที่ออกมา ระดับ ซีดีโฟ คุณ ไม่คอยดีนัก

มี อยู่ 200 กว่าๆ เท่านั้นนะครับ

ผมได้แต่นิ่งเงียบ ในความเงียบนี้ เสียงคุณแม่ดังขึ้น

แล้วคนปกติเค้ามีกันเท่าไหร่ค่ะคุณหมอ

ผมรอฟังคำตอบ อย่างใจเต้นรั่ว

คนปกติ มีอยู่ประมาณ 500 ขึ้นไปครับ

อ้าว งั้นผมก็ใกล้ตายแล้วซิ ผมมีแค่ 200 กว่าเท่านั้น

เหมือนกับท่านอ่านใจผมออก

ท่านอธิบายว่า ตอนนี้ อาจจะต่ำไปหน่อย

เพราะร่างกายอาจกำลังปรับตัวอยู่ก็อาจเป็นได้

กลับไปทำตามหมอสั่งนะครับ

แล้วอีก 6 เดือนมาพบกัน

ตอนนั้นในใจผม คิดว่าจะทำยังไงให้ ซีดีโฟ นั้นเพิ่มขึ้น

เพื่อผมจะได้อยู่กับคุณแม่นานๆ

ผมไม่มีความรู้อะไรเลย

ความรู้อันน้อยนิดที่ผมได้มจากคุณหมอจะทำให้ผมอยู่ได้นานเท่าไหร่

ผมและคุณแม่กราบสวัสดี

ในขณะที่เดินทางกลับบ้านเช่า ที่ผมเช่าอยู่กับเพื่อน

คุณแม่ท่านคงเห็นว่าผมเงียบ

มืออันอบอุ่น จับมือผมไว้ แล้วคำที่ทำให้ผมมีกำลังใจอีกครั้งคือ

แม่จะ พยามศึกษาหาความรู้ เรื่องการเพิ่มภูมิคุ้มกันให้นะลูกแม่

ผมได้มองหน้าท่าน แม่ครับ ผมอยากอยู่กับแม่นานๆครับ

น้ำตา ของเราทั้งสองได้ไหลออกมาอีกครั้ง

ในความเงียบสงัดของจิตใจทั้งสองดวง

ทั้งๆที่รอบข้างมีแต่เสียงดัง จากหลายสิ่งหลายอย่างรอบตัว

ผมไม่ได้ยินเสียงอะไรทั้งนั้น

นอกจากเสียงหัวใจของผมที่เต้น อย่างไม่เป็นจังหวะ

เพราะคำว่าเอดส์เป็นแล้วตายไม่มีทางรักษา

มันกลับมา วนเวียนอยู่ให้ความคิดของผมอีกแล้ว

เมื่อกลับถึงบ้านเช่า คุณแม่อยู่ให้กำลังใจผมอีกนานพอสมควร

จากนั้นท่านก็กลับไป

แม่จะรู้หรือไม่ว่าลูกคนนี้อยากให้มีอยู่ข้างๆตลอดเวลา

แต่ท่านมี ภาระ ที่ท่านต้องทำ ผมเข้าใจ

ผมจะทำอะไรได้ นอกจาก คำแนะนำของผมหมอ

ผมจะพยามทำให้ดีที่สุดครับ

เพื่อ วันเวลาที่ผมจะได้อยู่กับคุณแม่นานยาวนานมากที่สุดเท่าที่ทำได้

ผมพยามยามกิน ตาม ตรางเวลาที่ตัวเอง ทำขึ้นเอง

ผมทานข้าววันละ 4 มื้อ ของว่างอีก 2 มื้อ

รวมเป็น 6 มื้อ

การทานข้าวที่เป็นเรื่อง่ายของคนอื่น

แต่กับเป็นเรื่องยากมากสำหรับผม แต่ละมื้อ

ที่จะกินมันให้หมดจาน

ผมคิดค้นวิธีได้แล้ว คือ กินได้ด้วยอ่านหนังสือไปด้วย

แล้วมันก็หมดจริงๆ

ออกกำลังกาย ตีแบด กับเพื่อน ที่หน้าบ้านทุกเย็น

ตื่นเช้ามาสวดมนต์นั่งสมาธิ

ชีวิตผมมีแค่นี้ ส่วนปัญหา เรื่องการนอนไม่หลับ เริ่มกลับมาอีกครั้ง

ทำไง ผมจะพักผ่อนได้เพียงพอ

ชีวิตวนเวียนอยู่กับการพบจิตแพทย์

บางทีก็อยากตายๆ ไปให้รู้แล้วรู้รอด แต่ผมอยากอยู่กับแม่

ผมต้องสู้ สู้เพื่อ สองชีวิต อย่างที่แม่บอกผมไว้

คุณแม่ได้ศึกษา เกี่ยวกับการใช้วิตามินบำบัด

ในการเพิ่มภูมิคุ้มกัน ผมต้องทานวิตามินวันละ มากมาย

เพื่อให้ร่างกายนั้นแข็งแรงขึ้น

การดูแลตัวเองที่เป็นอยู่ กับวิตามิน ที่คุณแม่หามาให้

พร้อมทั้งคำอธิบาย วิตามินตัวไหน ให้ประโยชน์อะไร

และ ผลการวิจัยจากต่างประเทศ

ผู้ติดเชื้อ มีจำนวน ซีดีโฟ เพิ่มขึ้น ทำให้ผมมีความหวัง

ผมทานวิตามนหลายอย่างมา

ทั้งเห็ดหลินจือ และ ว่านหางจระเข้

ผมท่านทุกอย่างที่คุณแม่บอก ผมศึกษามันไปด้วย

หาข้อมูลต่างๆ ว่า ทุกอย่าง ที่ผมกินเข้าไป

แต่ละชนิด มันช่วยให้อะไรกับร่างกายของเรา

แต่ละวัน ทำไม เวลาช่างยาวนานเหลือเกิน อีกตั้ง 6 เดือน

กว่าผมจะได้รู้เส้นตายของผมอีกครั้ง

แต่ผมจะทำวันนี้ให้ดีที่สุด

พร้อมจะสู้ ด้วยจิตใจที่ อ่อนแอ

เพื่อคุณแม่เท่านั้นเอง


000000000000000000000000000

ตอนต่อไปคงมาเร็วๆนี้นะครับ

**********************************

โทร.มาปรึกษา หนึ่งได้ นะครับที่

082-6526598 เวลา 10.00 ถึง 17.00 น.ครับ

My Diary

0

Posted by ittirak | Posted in My Diary | Posted on 14-01-2010

เมื่อวานไปหาคุณหมอตามนัด ไปรับยาเดิม

และได้แวะ ขึ้นไปเยี่ยม รุ่นน้องคนหนึ่ง

ที่รู้จักกัน ทางให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์

น้องคนนี้ รู้ว่าติดเชื้อมานานพอสมควร แต่ด้วย เห็นว่าร่างกาย

ยังคงแข็งแรง จึงละเลยการตรวจ ซีดีโฟ และ ได้เชื่อเพื่อน

ที่พาไปกินสมุนไพรต้ม

ของพระแห่งหนึ่ง ซึ่งบอกว่ากินแล้ว หาย

หลังจากนั้นก็ไม่สนใจ เรื่องการตรวจ ซีดีโฟ อีกเลย

เพราะร่างกายแข็งแรงดี จนมาวันหนึ่งป่าวยเข้าโรงพยาบาล

ซึ่งจำนาน ซีดีโฟ ตอนนั้น เหลือน้อยแล้ว

มีโรคแทรกหลายอย่าง เข้ามารุมล้อม

และซึ่งน้องเค้ายังคงปิดบังที่บ้านอยู่ว่าตัวเองได้รับเชื้อเฮชไอวี

โรงพยาบาลแห่งนั้นรับตัวน้องไว้แต่บอกทางญาติว่า

รักษาไม่ได้แล้วนะ เพราะว่า ซีดีโฟต่ำ ก็แค่รอความตาย

น้องเค้าได้ยินเช่นกัน

จึง ยอมบอก คุณแม่และญาติๆว่าเค้าได้รับเชื้อนะ

ยังไงฝากคุณแม่เค้าด้วย เค้าไม่รอดแล้ว ทางญิจึงพากันหาข้อมูล

และย้ายโรงพยาบาลในที่สุด

ตอนเข้ามาที่โรงพยาบาลใหม่นี้ ทางญาติได้ ค้น จบพบเบอร์

ให้คำปรึกษาของผม จึงโทรมาเล่า อาการให้ฟัง

ผมก็ให้ความรู้ไปตาม ที่ผมได้ศึกษามาว่า น้องเค้ายังคงรักษาได้นะครับ

ไม่ถึงขนาดที่จะต้องปล่อยให้เสียชีวิตครับ

จากนั้น ผมตั้งใจว่าจะไปเยียมน้อง

พอไปถึงน้องคนนั้นได้เข้าไปในไอซียูแล้วเพราะ

ว่าระดับออกซิเจนในเลือดต่ำ

ต้องสอดท่อเข้าไปเพื่อช่วยในการหายใจ

และปอดมีปัญหามีการติดเชื้อเล็กน้อย

ผมไปยืนคุยด้วย น้องเค้าเห็นผม เค้าร้องไห้ ผมจับมือและพูดว่า

พี่มาแล้วนะ มาตามที่สัญญาไว้

น้องต้องสู้ สู้เพื่อ สองชีวิต คืดชีวิตเราและชีวิตคุณแม่

น้องได้แต่ ส่งภาษามือกับผมเพราะไม่สามารถพูดได้

เค้าชู้สองนิ้ว เป็น อัน รู้กันว่าเค้าจะสู้

ผมต้องเป็นผู้คุยฝ่ายเดียวเพราะน้องไม่สามารถพูดได้

ผมให้กำลังใจ และ บอกว่าเราต้องหาย

ต้องออกมาจากห้องไอซียู

จากนั้นเราจะไปออกไปทานข้าวด้วยกัน

สัญญากับพี่นะ ว่าน้องต้องทำใหได้

นิ้วก้อย ที่ยกขึ้นมาเป็ฯสัญญานบอกผมว่า สัญญา 

น้องเค้ายังดูดีมาก ผิวไม่มีร่องลอยของพีพีอีเลย

แต่ ผอม และซีด เพราะ ไม่สามารถ กินอาหารได้

ต้องให้อาหารทางสายยาง 

ผมคุยและให้กำลังใจ อยู่ประมาณ ครึ่งชั่วโมง ก็ บอกลา

จากนั้นไม่นาน ด้วยการรักษาของหมอที่เอาใจใส่

และ กำลังใจที่จะสู้ของน้อง เค้าดีขึ้นตามลำดับ

จนสามารถ กลับ เข้ามาอยู่ห้องปกติได้ คุณแม่น้อง จึงโทรมาบอกผมว่า

น้องเค้าลงมาอยู่ห้องปกติแล้วนะ

ผมจึงไปเยี่ยมอีก ครั้งนี้น้องดูสดใสขึ้นมาก

ท่อต่างๆ ถูกถอดออกหมดแล้ว

ทานข้าวได้เอง ยิ้มกับผมได้ พูดคุยกับผมได้

น้องเค้าดีใจ บอกว่าไม่คิดว่าจะรอดออกมาได้

แต่เค้าก็สามารถทำได้

เค้าถามว่าเค้าเก่งมั้ย ผมบอกว่าเก่งครับ แต่ต้องเก่งขึ้นไปอีกนะ

พี่ยามออกกำลังกายไว้

ขยับแขนขาไว้กล้ามเนื้อจะได้ไม่ลีบ

น้องเค้าก็ ทำตามทุกอย่างที่ผมแนะนำ พยามทานอาหารให้เยอะๆ

และขยับแขนขาตลอด

เราคุยกัน นานมาครั้งนี้ การพูดคุยครั้งนี้ทำให้ผมรู้อีกครั้งว่า

กำลังใจสำคัญที่สุด

น้องสัญญากับผมว่าจะหายและออกมาใช้ชีวิตตามปกติ

และพี่หนึ่งต้อง มาทานข้าวด้วยกันนะ

ผมรับปาก วันนั้นผมมีความสุขมาก

แต่เมื่อวาน สิ่งที่ผมไม่คาดคิดเลยว่าจะเกิดขึ้น

ผมขึ้นไปหาน้องเค้าที่ชั้น  5

สิ่งที่ผมได้เห็นคืน ร่างอันผอมบาง นั้น

มีอาการสั่น ปากก็สั่น อย่างเห็นได้ชัด

ครั้งนี้ความสดใสหายไปจากใบหน้า มีแค่แววตาที่ดีใจ

ส่งมาให้ผมรู้ว่า ดีใจนะ ที่พี่หนึ่งมา

จากการพูดคุยในครั้งนี้

น้องบอกผมว่า ไม่อยากอยู่ต่อแล้ว ทรมาน กินก็ไม่ได้ นอนก้ไม่หลับ

ฟันมันกระทบกัน อยู่ตลอดเวลา

มีไข้ 3 เวลา อะไรนักหนาก็ไม่รู้

จากการพูดคุยกับพยาบาลผมจึงทราบว่า ได้มีการเจาะหลัง

อีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุ ของอาการที่เกิดขึ้น

ตอนนี้ เจอเชื้อแต่ยังรอผลการตรวจ ว่าเป็นเชื้ออะไร

ผมเองคิดถึงเจ้าตัว MAC คือวัณโรคในเลือด

จริงตามนั้นคุณหมอได้นำ

น้ำในไขสันหลังไปตรวจหาเชื้อตัวนี้ด้วยเช่นกัน

การที่ผมไปหาน้องเค้าครั้งนี้กับ สองครั้งที่แล้ว มันต่างกัน

ครั้งนี้กำลังใจน้องเค้าหมด ไม่อยากจะสู้ต่อ

ผมได้บอกว่า เดียวน้องจะหาย น้องจะต้องกลับมาดูดีเหมือนเดิม

อย่างที่เราสัญญากันไว้ น้องยิ้มที่มุมปาก

มันเป็นรอยยิ้มที่เหมือนกับบอกผมว่า

อย่ามาหลอกกันเลย จริงหรือที่จะหายกลับไปเป็นปกติได้เช่นเดิม

ผมได้แต่จับมือและ ส่งกำลังใจไปให้ และบอกว่า สู้ๆ นะ

พี่เป็นกำลังใจให้

ครั้งนี้น้องเค้าตอบรับผมดีขึ้น ผมบอกลา

พี่จะมาหาอีกนะ อย่าลืมสัญญานะ

ที่เขียนมายาวมากมายนี้แค่อยากให้รู้ว่า ยาสมุนไพรมี่ใช่ทางออก

การไม่ตรวจ ซีดีโฟ เป็นการมาดอย่างแรง

ถ้าเรา ตรวจดู ระดับซีดีโฟ เราจะรับยาต้านไวรัสได้ทัน

และไม่ต้องป่วยกับโรคแทรกซ้อน

หวังว่าเพื่อนคงได้อะไรบ้างกับ

สิ่งที่หนึ่งเขียนมาเล่าให้ฟังในครั้งนี้นะครับ

 

*************************************************

 

โทร.มาปรึกษา หนึ่งได้ นะครับที่

082-6526598 เวลา 10.00 ถึง 17.00 น.ครับ

บนถนนคนติดเชื้อ

0

Posted by ittirak | Posted in บนถนนคนติดเชื้อ | Posted on 04-01-2010

ตอนที่ 4

เมื่อถึงเวลาที่ผม ต้องไปพบคุณหมอตามนัดที่โรงพยาบาล

อย่างที่เล่ามาก่อน ว่า

ต่างคนต่างมีหนังสือพิมพ์คนละเล่มเอาไว้บังหน้า

เพราะกลัวเจอคนที่รู้จัก

เหมือนเช่นเคย คุณแม่ไม่เคย ทิ้งผมให้ไป คนเดียว

ท่าน เคียงข้างผมเสมอ เมื่อเข้าไปพบคุณหมอ 

ผมก็ได้ สัมผัสได้กับความอบอุ่นได้อีกครั้ง

ด้วยความเป็นกันเองของท่าน

ท่าน ถามผมว่า เป็น อย่างไรบ้าง ผมตอบตรงๆว่า

ผมยังนอนไม่หลับครับ เพราะความคิด ของผมวันเวียน

อยู่แต่คำว่าเอดส์เป็นแล้วตายไม่มีทางรักษา

คุณหมอบอกผมว่า อย่าคิดมาก

ทำตามที่ ผมบอก จะมีอายุ อีกได้อย่างน้อยเป็น 10  ปี

ผมมีกำลังใจมากขึ้นอีก

จากนั้น ก้ไปเจาะเลือด คุณหมอนัดผมอีกครั้ง

คือ 6 เดือนข้างหน้า เพื่อมาฟังผล CD4

ผมแทบ ทนไม่ไหว เพราะอยากรู้ว่า จำนวน CD4

ของผมอยู่ที่เท่าไหร่

ผมและคุณแม่ ได้เดินทางกลับบ้าน เมื่อถึงบ้าน

ผมก็ไม่มีอะไรจะทำ นอกจาก อยู่กับ อารมณ์เก่าๆ

คือเอดส์เป็นแล้วตาย

การทำจิตใจให้สบาย นี้ช่างเป็นเรื่องยาก มากมายจริงๆ

คุณแม่เองท่านก็ไม่ได้อยู่นิ่ง ท่านได้ พาผมไปยกให้เป็นลูกของ

สมเด็จพระพุฒาจารย์ โต  พรหมรังสี  

จากนั้น คุณแม่ได้สอนให้ผมรู้จักหารสวดมนต์

การทำสมาธิ เพื่อทำให้จิตใจนั้นสงบ

ยอมรับว่าช่วยผมได้ ดีทีเดียว แต่ก็ ยังไม่ทั้งหมด

เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นที่จิต

จิต มันพาคิดไปว่าเอดส์เป็นแล้วตาย ทีไร ก็ หมดแรงทุกที

ชีวิตประจำวันของผมตอนนั้น

ไม่มีอะไรเลย นอกจาก การ ดูแลสุขภาพกายจิตให้ดีที่สุด

ผมกินข้าววันละ 6 มื้อ

เพื่อให้น้ำหนักตัวขึ้น ผมออกกำลังกาย

เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง

แต่ติดอยู่ที่ข้อ นอนหลับ พักผ่อนให้เพียบพอ ยากที่สุด

ผมยอมรับ มันนอนไม่หลับ ทำยังไงก็นอนไม่หลับ

เสียงของ คำว่าเอดส์ เป็นแล้วตายไม่มีทางรักษา

เข้ามากระทบจิตใจผม อีกเช่นเคย

ถ้าเรานอนหลับไม่ได้ เท่ากับเรา ไม่ได้พักผ่อน

เราจะต้องตายแน่ๆ ทำยังไงให้นอนหลับ

ปัญหานี้ เป็น ปัญหาที่ใหญ่ที่สุด ในการดำเนิน ชีวิตของผม

คุณแม่จึงลองให้ กินยานอนหลับ

ผมกินเข้าไป ไม่เห็นหลับเลย

ผม ได้พยามทำหลายอย่างเพื่อให้ผมได้นอนหลับ

แต่ไม่สำเร็จ จน ต้องไปพบจิตแพทย์

เพื่อ ขอยานอนหลับ คุณแม่ไม่เคย ทิ้งผมอีกเช่น เคย

ท่านพาผมไป ที่โรงพยาบาล หลายแห่ง

แห่งแรก ที่ผมไป เป็นอะไร ที่ มัน รู้สึกบอกไม่ถูก

อาจเป็นเพราะว่า ในห้องไม่ได้มีแต่ผมกับคุณหมอ

มันดันมีนักสึกษาแพทย์ ร่วมฟังด้วย ผมเลยรู้สึกไม่เป็น ส่วนตัว

จากนั้นก็ได้ยา มา กลับมาบ้าน กิน เท่าไหร่ก็ นอนไม่หลับ

แถม มึนหัว ง่วงนอน ลอยๆ บอกไม่ถูก

แต่เวลานอนก้ไม่หลับ

คุณแม่ พาไปพบจิตแพทย์ อีกหลายแห่ง

จนมา พบจิตแพทย์ ที่ผม ได้คุยด้วยแล้ว รู้สึกเป็นกันเอง

ท่านบอกผมว่า กินยาไปนะ มันไม่หลับก็ ทนเอา

อีกหน่อย ร่างกาย มัน ทนไม่ไหว จะ หลับได้เอง

ผมคิดในใจว่า โห ถ้าเป็น อย่างนั้นได้จริง

ผม คงหลับเองไปได้แล้ว

คนไม่ต้องมาพบคุณหมอ ผมได้ยาไป หลายอย่างมาก

ร่วมถึงยานอนหลับอีกเช่น เคย

แต่ครั้งนี้ ผมได้ นอนหลับ พึ่งจะรู้ว่า

การนอนหลับมีความสุขมากแค่ไหน เพราะยานอนหลับตัวใหม่

ที่คุณหมอให้มา ผมดีใจมากมาย

เพราะ ผมจะไม่ตายแล้ว ผมได้ พักผ่อนเพียงพอแล้ว

ผมยังคงไปพบ จิตแพทย์ อย่างต่อเนื่อง

แต่สิ่งที่ผมได้เห็น ในเวลาที่ผมไปพบจิตแพทย์

คือ ผมเจออะไรแปลกๆ

เช่น ครั้งนี้ มีคนกลุ่มหนึ่ง เดินยกเก้าอี้ไปวางไว้ที่กำแพง แล้ว

ก็ยกกลับมา วางไว้ที่เก่า

ยกไปยกมาแบบนั้น ผม งง สงสัย เขาทำไปเพื่ออะไร

ทำไปทำไม

และผมก็ได้กระจ่าง เมื่อได้เข้าไปพบคุณหมอ

ผมถามท่าน คำตอบ ที่ได้คือ

เขาคนนั้นเป็นโรคจิตชนิดหนึ่ง

คือโรค ที่อยู่เฉยไม่ได้ ขั้นรุนแรง เขาเลยต้องทำอะไรแบบนั้น

ตลอดเวลา เพราะทำให้เขา สบายใจ

เมื่อก่อน เป็นมากกว่านี้ แต่ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้ว

เมื่อได้ยินเช่น นั้น ผม ใจอ่อนเลย

ผมถามคุณหมอว่า แล้วผมจะเป็นแบบนี้มั้ยครับ

ยังดี ที่คุณหมอบอกผมว่า ไม่เป็นถ้ากินยา ต่อไป อย่างต่อเนื่อง

เอา ผมจะ กินยาต่อไป ชีวิต ไม่มีอะไร ที่แน่นอนเลย

ผมติดเชื้อแล้ว ยังต้องมาพบจิตแพทย์ อีก

อะไรหนักหนาชีวิตนี้

เอา ทำชีวิต ประจำวันให้ดีที่สุด

กินอาหารที่มีประโยชน์ ไม่รับเชื้อเพิ่ม

นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

กินวิตามินที่คุณแม่จัดหามาให้

ทำต่อไป เพื่อรอเวลา ที่ผม CD4 จะออกมาในวันที่คุณหมอนัด

 

***************************************************

 

โทร.มาปรึกษา หนึ่งได้ นะครับที่

082-6526598 เวลา 10.00 ถึง 17.00 น.ครับ