วิตามินซี ธรรมชาติ

0

Posted by ittirak | Posted in วิตามินต่างๆ | Posted on 25-02-2010

วิตามินซี ธรรมชาติ

ประวัติการค้นพบ วิตามินซี เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่สมัย

 ศตวรรษที่ 18

 มีการสังเกตว่า พวกทหารเรือที่มีการรอนแรม

ออกเดินเรือไปในทะเลเป็นเวลานานๆ

ซึ่งมักจะขาดแคลนพวกผักสดผลไม้สด

จะป่วยเป็นโรคลักปิดลักเปิด

และสุขภาพไม่ค่อยดี มีอาการอ่อนเพลีย อยู่บ่อยๆ

แต่ก็มีคนสังเกตเห็นว่า จะไม่พบอาการดังกล่าวในทหารเรือ

ที่รับประทานมะนาวเป็นประจำ

และเมื่อต่อมาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ก้าวหน้ามากขึ้น

ในปี 1982

ก็สามารถหาสารอาหารสำคัญ

ที่เป็นต้นเหตุของโรคดังกล่าวได้ว่า

สารที่พวกทหารเรือขาดไปคือ

“กรดแอสคอร์บิค (Ascorbic acid)”

ซึ่งมันมีฤทธิ์สามารถช่วยรักษาโรคลักปิดลักเปิดได้ ในปัจจุบัน

กรดแอสคอร์บิค ก็ถูกรู้จักกันโดยทั่วไปในชื่อของ

“วิตามินซี”

และมีนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงท่านหนึ่ง

ซึ่งเคยได้รับรางวัลโนเบลถึง 2 ครั้ง

และมีอายุยืนยาวมากกว่า 90 ปี

แม้จะป่วยเป็นโรค มะเร็ง มายาวนานถึง 20 ปี

ก็ตามคือ Dr.Linus Pauling ชาวเมืองพอรต์แลนด์

ได้เคยพูดไว้ว่า เหตุที่เขาสามารถมีสุขภาพดี

และสามารถชะลอการลุกลามของโรค มะเร็ง

ในตัวได้นานกว่า 20 ปี

ก็เนื่องจาก วิตามิน และ เกลือแร่ ที่เขารับประทานเข้าไป

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วิตามินซี

ซึ่งหลังจากที่เขารับประทานขนาดสูงทุกวัน

เขาก็ไม่เคยเป็นหวัดอีกเลย

Dr.Linus Pauling เริ่มรับประทาน วิตามินซี

ชนิดเม็ดตั้งแต่อายุ 40 ปี

และเพิ่มขนาดสูงถึง 18,000 มิลลิกรัม

เมื่อรู้ว่าตนเองเป็น มะเร็ง ตั้งแต่อายุได้ 64 ปี

เขายืนยันว่ามันช่วยให้ มะเร็ง

ในร่างกายสงบลง

ประโยชน์ของ วิตามินซี

เราทราบกันโดยทั่วไปแล้วว่า

วิตามินซี มีประโยชน์มากมากหลายอย่าง

ไม่ว่าจะช่วยปกป้องเซล เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

สุขภาพและความแข็งแรง

ของเนื้อเยื่อในร่างกายที่เกี่ยวข้องกับ เส้นเอ็น

และคอลลาเจน ก็มีผลมาจากปริมาณ วิตามินซี ในร่างกาย

และ วิตามินซี ยังมีฤทธิ์ ในการเป็นสารแอนตี้อ๊อกซิแดนท์ที่ดี

จึงสามารถป้องกันการทำลายเซล

จากอนุมูลอิสระได้เป็นอย่างดี

และมันช่วยให้ร่างกายสามารถรีไซเคิล สารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่นๆ

ดังนั้นเพื่อประโยชน์สูงสุดจึงควรที่จะรับประทาน วิตามินซี

ร่วมกับสารต้านอนุมูลอิสระชนิดอื่นๆ

เช่น วิตามินอี แคโรทีน ฟลาโวนอย เป็นต้น

นอกจากนี้ วิตามินซี ยังมีประโยชน์ด้านอื่นๆ อีก คือ

- วิตามินซี ช่วยบรรเทาความรุนแรงและระยะเวลา

ของการเป็นโรคหวัด หากเริ่มรับประทาน วิตามินซี

ตั้งแต่เริ่มแรกที่เห็นอาการของโรคหวัด

จะช่วยให้อาการป่วยลดความรุนแรงและหายได้เร็วขึ้น

มีการศึกษาเมื่อปี 1995 พบว่าหากรับประทาน

วิตามินซี 1,000 ถึง 6,000 มิลลิกรัมต่อวัน

ตั้งแต่เริ่มมีอาการของโรคหวัด จะช่วยให้หายได้เร็วขึ้น 21%

แต่ก็ยังไม่มีรายงานว่า วิตามินซี

สามารถช่วยป้องกันโรคหวัดได้

- วิตามินซี ช่วยให้แผลหายได้เร็วขึ้น เนื่องจาก วิตามินซี

ช่วยให้ร่างกายซ่อมแซมและรักษาตัวเอง

โดยการไปเสริมสร้างผนังเซล ทำให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรง

และต่อต้านอาการอักเสบ จึงทำให้แผลหายได้เร็วขึ้น

ในทางกลับกันการขาด วิตามินซี

ก็สงผลให้แผลให้ได้ช้าลงเช่นกัน

- หากรับประทาน วิตามินซี เป็นประจำทุกวัน

มันจะช่วยให้เหงือกมี

สุขภาพแข็งแรง โดย วิตามินซี จะไปช่วยรักษาเซล

ที่ถูกทำลายและช่วยให้ แผลที่เหงือกหายเร็ว

- เพิ่มความต้านทานต่อ โรคหัวใจ

โดยการไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ

ในการควบคุมระดับ คลอเรสเตอรอล ในร่างกาย

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อรับประทานร่วมกับ วิตามินอี

โดยมันจะไปลดการเกาะตัวของไขมันที่

ผนังหลอดเลือด

- เนื่องจาก วิตามินซี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดี

มันจึงอาจจะช่วยในการป้องกันและต่อสู้กับโรค มะเร็ง

ได้ มีการศึกษาอย่างมาก

ในเรื่องนี้แต่ก็ยังไม่ข้อสรุปที่ชัดเจน

โดยยังมีการถกเถียงกันอย่างมากเกี่ยว

วิตามินซี กับการป้องกันและต่อสู้กับโรค มะเร็งฃ

- ช่วยในการป้องกันโรคต้อกระจก เนื่องจาก วิตามินซี ฃ

สามารถช่วยปกป้องเลนส์ตาจากอันตรายต่างๆ เช่น ควันบุหรี่

แสงอุลตร้าไวโอเลต ที่เป็นสิ่งกระตุ้นให้เกิดโรคต้อกระจก

มีการศึกษาอันหนึ่งพบว่า

ผู้หญิงที่รับประทานวิตามินซีมาอย่างน้อย 10 ปี

พบว่ามีความเสี่ยงที่จะมีอาการเลนส์ตาขุ่นมัว

ซึ่งเป็นอาการเริ่มแรกของ โรคต้อกระจก ลดลงถึง 77%

- บรรเทาอาการแพ้ หอบหืด ไซนัส

ทั้งนี้เนื่องจากโดยธรรมชาติแล้ว วิตามินซี

มีคุณสมบัติเป็นสารต่อต้านภูมิแพ้ต่างๆ

เช่น ฝุ่นละออง เกษรดอกไม้

ซึ่งอาการแพ้เหล่านี้ก็เป็นสาเหตุส่วนหนึ่งของโรคไซนัส

นอกจากนี้ยังมีการศึกษา

พบว่า วิตามินซี ช่วยป้องกันและทำให้อาการหอบหืดดีขึ้น

- ช่วยป้องกันอาการไมเกรน

เมื่อรับประทานร่วมกับ pantothenic acid

โดย วิตามินซี จะไปช่วยร่างกายในการต่อสู้กับความเครียดได้ดีขึ้น

- ช่วยเรื่องความจำ โดย วิตามินซี

จะไปช่วยรักษาสภาพของเซลประสาท

และจะได้ผลดียิ่งขึ้นหากรับประทาน

ร่วมกับอาหารต้านอนุมูลอิสระชนิดอื่นๆ เช่น

วิตามินอี แคโรทีน กิงโกะไบโลบ้า และโคเอนไซม์ Q10

ขนาดที่รับประทาน

ในสภาวะปกติปริมาณที่แนะนำ

ให้รับประทานคือ 60 มิลลิกรัมต่อวัน

(แต่ในคนที่สูบบุหรี่ 200 มิลลิกรัมต่อวัน)

อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร

เสริมสุขภาพได้แนะนำว่า

เพื่อประสิทธิภาพที่ดีต่อสุขภาพควรจะต้องรับประทาน

อย่างน้อย 100-200 มิลลิกรัมต่อวัน

คนที่มีความเครียดควรรับประทาน

วันละ 500 มิลลิกรัมต่อวัน

แต่หากต้องการผลในด้านการป้งกันโรคต่างๆ เช่น

มะเร็ง ความชรา

ควรจะรับประทาน 250 – 1,000 มิลลิกรัม

หากเราได้รับ วิตามินซี น้อยกว่าที่ร่างกายควรจะได้รับ

ก็จะเกิดลักปิดลักเปิด

ซึ่งจะยิ่งรุนแรงมากขึ้นหากขาดอย่างต่อเนื่อง

เป็นเวลานานและไม่ต้องกังวัลว่าจะได้รับมากเกินไป

เนื่องจาก วิตามินซี สามารถละลายน้ำได้ดี

หากร่างกายไม่ได้ใช้ ก็จะมีการขับออกมาได้ทางปัสสาวะ

อีกทั้งยังไม่เคยมีรายงานเกี่ยวกับพิษที่เกิด

จากการรับประทาน วิตามินซี

แม้จะรับประทานในปริมาณที่

สูงกว่า 6,000 – 18,000 มิลลิกรัม

- เพื่อให้ได้ผลดีที่สุดควรพิจารณารับประทานร่วมกับ

สารต้านอนุมูลอิสระ ตัวอื่นๆ

เช่น วิตามินอี ฟลาโวนอย จะไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ

การทำงานของ วิตามินซี

- เพื่อสุขภาพทั่วไป

ควรรับประทานอย่างน้อย 500 มิลลิกรัมต่อวัน

- สำหรับการรับประทานเพื่อการรักษาหรือการป้องกัน

ควรรับประทาน 1,000 – 6,000 มิลลิกรัม

ขึ้นกับโรคแต่ละชนิด

- การรับประทานไม่จำเป็นต้องรับประทานในครั้งเดียวต่อวัน

สามารถแบ่ง รับประทานเป็นหลายๆ ครั้งต่อวัน

ข้อควรระวัง  

- การรับประทานในปริมาณสูงๆ

อาจจะมีผลต่อการดูดซึมแร่ธาตุอื่นๆ

เช่น Copper Selenium

- การรับประทานในปริมาณสูงๆ อาจจะมีผลต่อการผิดพลาด

ของผลตรวจ ระดับน้ำตาลในปัสสาวะได้

- วิตามินซี ทำให้การดูดซึมธาตุเหล็กได้ดี

จึงอาจจะเกิดภาวะ ได้รับธาตุเหล็กเกิน

ขอย้ำนะครับว่า

เป็นวิตามินธรรมชาตินะครับไม่ใช่สังเคราะห์ครับ

 

*************************************************

 

มีอะไรโทรปรึกษาหนึ่งได้นะครับ

082-6526598 เวลา 10.00 ถึง 17.00 น. ครับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

My Diary

0

Posted by ittirak | Posted in My Diary | Posted on 12-02-2010

เมื่อคืน ตอน เที่ยงคืน กว่าๆ ได้รับโทรศัพท์ ก่อนจะรับ

 

คิดอยู่แล้วว่าต้องเป็นเรื่องที่ เสียใจ

 

น้องคนนั้นที่ผมได้ไปเยี่ยมให้กำลังใจ

 

ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ได้เสีย ชีวิตแล้ว

 

เสียงคุณแม่ของน้องเค้า

 

ฟังแล้วดูเข้มแข็ง

 

แต่ผมก็สามารถจับความเสียใจในน้ำเสียงนั้นได้

 

น้องเค้าสู้มา แบบสุดๆ เขาทน ทุกอย่าง

 

ไม่ว่าจะเอา ท่อออกซิเจน ออกแล้วใส่ ใส่แล้วเอาออก

 

น้องไม่เคยท้อ เพราะเราได้สัญญากันว่า

 

น้องจะต้องกลัมมา แข็งแรง ออกมาเดิน เคียงคู่กับพี่หนึ่งได้

 

กลับมาแข็งแรง เพื่อที่เราจะได้ทานข้าวด้วยกัน

 

และน้องจะต้องอยู่เพื่อดูแลคุณแม่ต่อไป

 

น้องเป็นนักสู้อีกคนที่ พี่นับถือ

 

ถ้าเป้นผม ต้อง ทน อยู่ในสภาพ แบบน้องนั้น

 

ผมเอง ยังไม่รู้เลยว่าจะ ทนได้ เท่าไหร่

 

หลับเถอะนะ หลับให้สบาย

 

ขอให้น้องไปสู้สุขติ ไม่ต้องห่วงอะไร น้องทำดีที่สุดแล้ว

 

สัญญาที่ให้ไว้กับพี่คนนี้ พี่รู้ว่าน้องไม่ได้ผิดสัญญา

 

น้องทำดีที่สุดแล้ว ไม่ต้องห่วงอะไรแล้ว

 

สวรรค์ คงรับน้องไปอยู่ด้วยแล้ว

 

ด้วยความกตัญญูที่น้องมีให้คุณพ่อคุณแม่ จะพาน้องไปสู่สุขติ

 

หลับให้สบายนะน้อง

 

คนที่เหลืออยู่ต้องสู้กันต่อไป

————————————————–

 

มีอะไรโทรปรึกษาหนึ่งได้นะครับ

 

082-6526598 เวลา 10.00 ถึง 17.00 น. ครับ