ซิฟิลิส Syphilis

0

Posted by ittirak | Posted in โรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธุ์ | Posted on 11-08-2009

ซิฟิลิส Syphilis

ซิฟิลิสเป็นโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ที่มีอันตราย

เนื่องจากมีอาการเรื้อรัง มีระยะติดต่อยาวนานกว่า 2 ปี

สามารถทำให้เกิดโรค แก่ระบบต่าง ๆของร่างกายได้หลายระบบ

อาจมีอาการแสดงที่ชัดเจน หรืออาจอยู่ในระยะสงบได้เป็นระยะเวลานาน

นอกจากติดต่อทาง เพศสัมพันธ์แล้ว

ยังสามารถติดต่อจากมารดาไปยังทารกได้

เชื้อสาเหตุ

เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ชื่อ Treponema pallidum

ระยะฟักตัว 9 – 90 วัน

ลักษณะทางคลินิก ซิฟิลิสแบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ

ซิฟิลิสระยะแรก early syphilis

ซิฟิลิสระยะหลัง late syphilis

1. ซิฟิลิสระยะแรก early syphilis มีการดำเนินของโรคดังนี้

1.1 ซิฟิลิสระยะที่ 1 (primary syphilis) ระยะฟักตัว 9 – 90 วัน

เชื้อเข้าทางเยื่อบุ รอยถลอกหรือรอยฉีกขาดที่ผิวหนัง

จะมีแผลเกิดขึ้นที่บริเวณเชื้อเข้าไป เช่น อวัยวะเพศ ริมฝีปาก

นิ้วมือ ลิ้นหัวนม ทวารหนัก เป็นต้น ในระยะแรกรอยโรคเป็นตุ่มเล็ก ๆ

ต่อมาแตกเป็นแผลซึ่งค่อย ๆใหญ่ขึ้นมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1–2 ซม.

มักเป็นแผลเดียว ก้นแผลสะอาด มีน้ำเหลืองเยิ้ม ขอบแผลนูนแข็ง

บางคนเรียก โรคแผลริมแข็งจะไม่เจ็บนอกจากมีเชื้อโรคอื่นมา

แทรกทำให้แผลอักเสบ และเจ็บปวดได้

ที่แผลจะมีตัวเชื้อโรคอยู่จึง ติดต่อกันได้ง่าย

มักพบแผลบริเวณอวัยวะเพศซึ่งทำให้เกิด

การอักเสบ ของต่อมน้ำเหลืองบริเวณขาหนีบได้ (inguinal lymph node)

ซึ่งต่อม น้ำเหลืองที่บวมโตนี้มีลักษณะแข็งคล้ายยางและกดไม่เจ็บ

แผลซิฟิลิส มีคุณสมบัติพิเศษ คือ

สามารถหายเองได้ภายในเวลา 3 – 8 สัปดาห์

แม้จะรักษาไม่ถูกต้องหรือไม่รักษาก็ตาม

แต่ไม่ได้หมายความว่าโรคจะหายไปด้วย

โรคจะลุกลามต่อไปเข้าสู่ระยะที่ 2

1.2 ซิฟิลิสระยะที่ 2 (secondary syphilis) มักจะเกิดหลังจากที่เป็น

แผลซิฟิลิสระยะที่ 1 ประมาณ 6 – 8 สัปดาห์ แต่บางรายอาจจะนาน

เป็นเวลาหลายเดือนก็ได้ ระยะที่ 2 เป็นระยะที่เชื้อกระจายไปตาม

กระแสเลือดทำให้เกิดอาการแสดงได้หลายอย่าง

โดยทั่วไป ผู้ป่วยมัก มีไข้ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร

ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อหรือ กระดูก ต่อมน้ำเหลืองโต

การตรวจเลือดด้วย VDRL/RPR จะได้ผล reactive

และมีอาการแสดงทางผิวหนัง หรือเยื่อบุที่พบได้จากการตรวจร่างกาย คือ

1.ผื่น skin rash เป็นลักษณะที่พบได้บ่อยที่สุด ลักษณะผื่นที่พบมี

หลายแบบเช่น ผื่นราบ macule ผื่นนูน papule ตุ่มหนอง pustule

หรือผื่นนูนมีสะเก็ด papulosquamous ที่พบบ่อยคือ

แบบ maculopapular และแบบ papulosquamous

มักพบผื่นที่ฝ่ามือ และฝ่าเท้า

2.รอยโรคที่เกิดขึ้นบริเวณผิวหนังที่อับชื้น condyloma lata เช่น

บริเวณรอบ อวัยวะเพศ หรือทวารหนัก เป็นต้น

3.รอยโรคที่พบบริเวณเยื่อบุในช่องปาก mucous patch หรือบริเวณ

อวัยวะเพศ มีลักษณะเป็นแผลตื้น ๆ โดยมีเยื่อสีขาวเทาคลุมอยู่

4.ผมร่วง alopecia ลักษณะที่พบบ่อยคือ ร่วงเป็นหย่อม ๆ

(moth-eaten alopecia) แต่อาจพบเป็นแบบอื่น ๆได้ เช่น

ร่วงแบบกระจาย diffuse alopecia

ผื่นซิฟิลิสระยะที่ 2 อาจค่อยๆ หายไปเองแม้ไม่รักษา

หรือรักษาไม่ถูกวิธี แต่ไม่ได้หมายความว่าโรคทุเลาหรือหายขาด

โรคจะลุกลามต่อไปสู่ระยะสงบ ซึ่งเรียกว่า ซิฟิลิสระยะแฝง

1.3 ซิฟิลิสระยะแฝง latent syphilis การตรวจร่างกายทั่วไปรวมทั้ง

ระบบหัวใจหลอดเลือดและระบบประสาท พบว่าปกติ

แต่ผลการตรวจเลือดด้วยวิธี VDRL หรือ RPR และยืนยันด้วยวิธี TPHA

หรือ FTA-ABS ให้ผล reactive แบ่งเป็น 2 ระยะ คือ

early latent syphilis คือ ติดเชื้อภายใน 2 ปี

และ late latent syphilis ติดเชื้อเกิน 2 ปี

หรือไม่ทราบระยะเวลาติดเชื้อที่แน่นอน หากติดเชื้อเป็นเวลานานมาก ๆ

อาจพบ VDRL เป็น non reactive แต่ TPHA

หรือ FTA-ABS ให้ผล reactive ตามเดิม

2. ซิฟิลิสระยะหลัง late syphilis หลังจากโรคสงบอยู่

ในระยะแฝงนานเป็นปีๆ ประมาณ 1 ใน 3

ของผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการรักษาจะแสดงอาการของโรค

ในระยะท้ายคือ ซิฟิลิสระยะหลัง

ในปัจจุบันพบผู้ป่วยระยะนี้น้อยเนื่องจากการรักษาแต่ต้น

สามารถหยุดการดำเนินโรคได้ อาการที่พบบ่อยในซิฟิลิส

ระยะหลัง แบ่งเป็น

2.1 ซิฟิลิสกลุ่มกัมม่า benign late syphilis

รอยโรคนี้เรียกว่า gumma เกิดจากการที่มี tissue necrosis

และ granuloma พบได้ที่ ผิวหนัง เยื่อบุกระดูก หรืออวัยวะภายใน

2.2 ซิฟิลิสของระบบการไหลเวียนโลหิต cardiovascular syphilis

เชื้อโรคเข้าทำลายหัวใจและหลอดโลหิตใหญ่ aorta ตลอดมาอย่างช้าๆ

จะปรากฏอาการเส้นโลหิตใหญ่โป่งพอง ลิ้นหัวใจรั่ว

ทำให้การทำงานของหัวใจเสื่อม หรือล้มเหลวได้ในที่สุด

2.3 ซิฟิลิสระบบประสาท neurosyphilis

เชื้อซิฟิลิสทำลายระบบประสาททีละน้อย

เป็นเวลานาน ทำให้มีอาการปวดตามแขนขา เดินผิดปกติ

ขาลาก ข้อเข่าเสื่อม สมองอักเสบ สมองเสื่อมหรือเป็นบ้าได้

หรืออาจเป็นชนิดไม่มีอาการ (asymptomatic neurosyphilis)

ซึ่งวินิจฉัยได้โดยการตรวจน้ำไขสันหลังแล้วพบมีการเพิ่มของจำนวนเซลล์

และการเพิ่มปริมาณ ของโปรตีน

หรือผลการตรวจ VDRL หรือ FTA-ABS หรือ TPHA ของน้ำไขสันหลัง

ให้ผล reactive ในรายที่มีอาการ

อาการทางระบบ ประสาทที่พบบ่อย

คือ meningovascular syphilis, tabes dorsalis

และ general paralysis of insane (GPI) อย่างไรก็ตาม

การวินิจฉัย ซิฟิลิสระบบประสาทต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญทางประสาทวิทยา

ซิฟิลิสแต่กำเนิด (congenital syphilis)

ซิฟิลิสในหญิงตั้งครรภ์มีลักษณะเช่นเดียวกับผู้ป่วยทั่วไป

ทั้งด้าน ลักษณะทางคลินิก

การดำเนินโรค ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ปัญหาที่สำคัญคือ

โรคนี้สามารถติดต่อจากมารดาไปสู่ทารกในครรภ์ได้

เนื่องจากเชื้อในกระแสเลือดของมารดาสามารถผ่านรก

ไปตามสายสะดือเข้าไปในตัวทารกได้

มารดาที่เป็นโรคซิฟิลิส และมีผล VDRL reactive

ทารกก็จะมีผล VDRL reactive ด้วย

การตั้งครรภ์นั้นอาจดำเนินต่อไปไม่ครบกำหนดคลอด

อาจแท้งหรือคลอดก่อนกำหนด หรือทารกตายคลอด

ถ้าการตั้งครรภ์นั้นสามารถ ดำเนินต่อไปจนถึงครบกำหนดคลอด

ทารกที่เกิดมาจะมีอาการของ ซิฟิลิสแต่กำเนิดปรากฏอยู่ด้วย

อัตราการติดเชื้อของทารกในครรภ์ขึ้นอยู่กับจำนวนเชื้อ

ในกระแสเลือดของมารดา

ถ้ามารดาเป็นโรคในระยะที่มีเชื้อจำนวนมาก

เช่นซิฟิลิสระยะที่ 2 ทารกมีโอกาสติดเชื้อสูง ถ้าเป็นโรคระยะท้าย ๆ

เช่น ซิฟิลิสระยะแฝง เกิน 2 ปี

อัตราการติดเชื้อของทารกลดลงเหลือเพียงร้อยละ 30 เท่านั้น

อาการและอาการแสดงของซิฟิลิสแต่กำเนิดแบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ

1.ซิฟิลิสแต่กำเนิดระยะแรก early congenital syphilis

พบตั้งแต่แรกคลอดจนถึงระยะ 1 ปี

มักมีอาการ คลอดก่อนกำหนด น้ำหนักแรก คลอดน้อย ตับโต

ม้ามโต ผิวหนังที่ฝ่ามือฝ่าเท้าพอง และลอก

ในกรณี ที่เด็กโตขึ้นจนถึง 2 – 3 เดือน จะพบลักษณะเฉพาะ

คือ ดีซ่าน (prolonged jaundice)

ผื่นขึ้นตามตัวคล้ายซิฟิลิสระยะที่ 2 ในผู้ใหญ่

บางรายมีอาการคล้ายเป็นอัมพาต ไม่ขยับแขน หรือขา

(pseudo paralysis) เกิดจาก osteochondritis

หรือมี epiphyseal separation นอกจากนี้ยังพบว่า

เด็กเลี้ยงไม่โต น้ำหนักไม่เพิ่มตามอายุ

ตัวบวมจากโรคไต (nephrotic syndrome)

ผิวหนังรอบปาก และจมูกแตกเป็นรอยแผลตื้น ๆ

มีเลือด และน้ำเหลืองออกทาง

เยื่อบุจมูก เมื่อแผลหายแล้วจะเกิดรอยแผลเป็นรอบๆปาก

เรียกว่า rhagades เมื่อเวลาผ่านไป

จะปรากฏอาการของซิฟิลิส แต่กำเนิดระยะหลัง

2.ซิฟิลิสแต่กำเนิดระยะหลัง late congenital syphilis

พบในเด็กอายุมากกว่า 2 ปี

มีพยาธิสภาพตรงกับซิฟิลิสระยะหลังในผู้ใหญ่

ลักษณะที่สำคัญคือ แก้วตาอักเสบ interstitial keratitis

อาจตาบอดได้ ฟันหน้ามีรอยแหว่งเว้าคล้ายจอบบิ่น

มีแผลเป็นคล้ายรอยย่นที่มุมปาก เส้นประสาทฝ่อทำให้หูหนวกได้

สมองเสื่อมเพราะเชื้อเข้าทำลายระบบประสาท

นอกจากนั้น ยังอาจพบความผิดปกติของกระดูกได้

เช่น ดั้งจมูกยุบ เพดานปากโหว่ หน้าผากงอก กระดูกหน้าแข้งโค้ง

ผู้ป่วยประมาณ 1 ใน 3 เป็นซิฟิลิสระบบประสาทด้วย

เด็กที่เป็นซิฟิลิสแต่กำเนิด

อาจมีชีวิตอยู่จนเติบโตเป็นผู้ใหญ่โดยไม่มีอาการผิดปกติเลย

หรืออาจมีร่องรอยของซิฟิลิสแต่กำเนิดปรากฏให้เห็น

มีอยู่จำนวนมากที่เด็กเป็นซิฟิลิสแต่กำเนิดตายเสียแต่ยังเด็ก

เพราะสุขภาพอนามัยไม่สมบูรณ์

*******************************************************************************

 

 
 

 

 

โทร.มาปรึกษา หนึ่งได้ นะครับที่

082-6526598 เวลา 10.00 ถึง 17.00 น.ครับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Write a comment