แผลริมอ่อน

0

Posted by ittirak | Posted in โรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธุ์ | Posted on 02-09-2009

แผลริมอ่อน เป็นโรคที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ 

เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า  

Haemophilus Ducreyi 

โรคนี้ติดต่อได้ง่ายแต่ก็สามารถรักษาให้หายขาด  

โรคนี้จะทำให้เกิดแผลที่อวัยวะเพศ  

และต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบโต บางครั้งมีหนองไหลออกมา 

ที่เรียกว่า ฝีมะม่วง  

หากไม่รักษาจะเป็นสาเหตุให้เกิดการติดเชื้อ  

ลักษณะทั่วไป 

แผลริมอ่อน (ซิฟิลิสเทียม ก็เรียก)

พบได้ประมาณ 2-5%

ของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทั้งหมด

สาเหตุ

เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง

ที่มีชื่อว่า ฮีโมฟิลุสดูเครย์

(Hemophilus ducreyi)

โรคนี้ติดต่อได้สองวิธีคือ

ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ มีการสัมผัสแผลระหว่างที่มีเพศสัมพันธ์

ติดต่อโดยการปนเปื้อนหนองไปติดผิวหนังส่วนอื่น

อาการ

หลังได้รับเชื้อ 2-7 วัน จะมีแผลเล็ก ๆ

ที่ปลายอวัยวะเพศ ลักษณะคล้ายแผลเปื่อย

ขอบไม่แข็งและไม่เรียบ เรียกว่า แผลริมอ่อน

เวลาแตะถูกมักมีเลือดซิบ ๆ และรู้สึกเจ็บ

มักมีหลายแผล

ต่อมาจะพบต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบ

บวมโตติดกันเป็นพืดและเจ็บ

ลักษณะเป็นสีแดงคล้ำและนุ่ม อาจแตกเป็นหนองได้

ส่วนมากโตเพียงข้างเดียว บางคนอาจมีไข้ หนาวสั่น

เบื่ออาหารร่วมด้วย

ถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง

แผลจะลุกลามไปมาก

บางคนอาจเป็นมากจนอวัยวะเพศแหว่งหายได้

คนไทยเราเรียกว่า โรคฮวบ

อาการแทรกซ้อน

อาจทำให้เป็นแผลดึงรั้งจนเกิดภาวะ

หนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายไม่เปิด

ในรายที่เป็นรุนแรง อาจทำให้อวัยวะแหว่งหาย (โรคฮวบ)

เนื่องจากเป็นแผลทำให้เกิดการติดเชื้อ HIV ง่ายขึ้น

ต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบอาจจะอักเสบจนแตกเป็นหนองไหลออกมา

หากไม่รักษาใน 5-8 วันหลังจากเกิดแผล

แผลอาจจะเกิดการติดเชื้อแบคทีเรีย

หากเป็นแผลที่หนังอวัยวะเพศชายอาจจะเกิดพังผืด

การวินิจฉัยโรค

การวินิจฉัยทำได้โดยการน้ำหนองที่ก้นแผล

ไปย้อมเชื้อก็จะพบเชื้อโรค และยังสามารถเพาะเชื้อ

เพื่อยืนยันการวินิจฉัยโรค

การรักษา

ควรปรึกษาแพทย์

โรงพยาบาลหรือศูนย์ควบคุมกามโรค

เพื่อทำการย้อมหาเชื้อจาก หนองที่แผล

ถ้าเป็นแผลริมอ่อน

ก็ให้การรักษา ด้วยยาขนานใด ขนาดหนึ่ง ดังต่อไปนี้

โอฟล็อกซาซิน 400 มก. กินครั้งเดียว

ไซโพรฟล็อกซาซิน 500 มก. กินครั้งเดียว

เซฟทริอะโซน 250 มก. ฉีดเข้ากล้ามครั้งเดียว

ข้อแนะนำ

โรคนี้บางครั้งอาจแยกออกจากซิฟิลิสไม่ชัดเจน

ถ้ารักษาแล้วไม่ดีขึ้นหรือสงสัยเป็นซิฟิลิส

ควรแนะนำผู้ป่วยไปโรงพยาบาล

แม้ว่าอาการจะหายดีแล้ว

ผู้ป่วยก็ควรเจาะเลือดตรวจวีดีอาร์แอล

และเชื้อเอชไอวี เพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้เป็นซิฟิลิส

หรือติดเชื้อเอชไอวีร่วมด้วย

ควรรักษาแผลเฉพาะที่โดยใช้น้ำเกลือชะล้าง

ไม่ต้องใส่ยาอะไรทั้งสิ้น

ไม่ควรใช้เพนิซิลลิน หรือ ซัลฟา ใส่แผล

เพราะอาจทำให้แพ้ได้ง่าย

การป้องกัน

อย่าสำส่อนทางเพศ

ใช้ถุงยางอนามัยที่ทำจากยางธรรมชาติ

(ป้องกันได้เฉพาะอวัยวะเพศเท่านั้น ผิวหนังส่วนอื่นไม่สามารถป้องกัน)

หากมีแผลให้งดการมีเพศสัมพันธ์

ควรฟอกล้างด้วยสบู่หลังการร่วมเพศทันที

 

****************************

 

 

โทร.มาปรึกษา หนึ่งได้ นะครับที่

082-6526598 เวลา 10.00 ถึง 17.00 น.ครับ

 

 

 

 

 

ที่มา

http://lifestyle.kingsolder.com/health/disease.asp?id=309&no=1&type_id=13

 

http://www.thailabonline.com/sexualvdrl.htm

 

 

 

Write a comment