โรคฝีมะม่วง

0

Posted by ittirak | Posted in โรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธุ์ | Posted on 02-09-2009

โรคฝีมะม่วง หรือ

LYMPHOGRANULOMA VENEREUM (LGV)

ลักษณะทั่วไป

เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

สามารถพบได้ประมาณ 5% ของผู้ป่วย

และมักพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง

สาเหตุ

เกิดจากเชื้อคลามีเดียทราโคมาติส

ติดต่อได้โดยการร่วมเพศ หรือ สัมผัสถูกหนอง

ของฝีมะม่วงโดยตรง

ระยะฟักตัว 3-30 ตัว

(เฉลี่ย 1-2 สัปดาห์)

การวินิจฉัย

ผู้ป่วยที่มีการอักเสบของต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบโต

กดเจ็บและตรวจไม่พบหลักฐานว่า

เป็นโรค เริม ซิฟิลิส หรืแผลริมอ่อน

ให้สงสัยว่าเป็นโรคนี้

ยืนยันการวินิจฉัยโดยการเจาะเลือดตรวจหาภูมิ

อาการ

เริ่มแรกจะมีตุ่มนูน ตุ่มใส

หรือแผลขนาดเล็กเกิดขึ้นที่อวัยวะเพศ

และหายไปเองภายใน 2-3 วัน

โดยที่ผู้ป่วยไม่ทันได้สังเกตพบ

ต่อมาต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบจะบวมโต

ติดกันเป็นก้อนฝีขนาดใหญ่ และเจ็บมาก

ตรงกลางเป็นร่องของพังผืด คล้ายร่องของมะม่วงอกร่อง

จึงเรียกว่าฝีมะม่วง” ซึ่งอาจเป็นเพียงข้างเดียว

หรือสองข้างก็ได้ ผิวหนังบริเวณที่เป็นฝีจะมีอาการอักเสบ 

มีลักษณะบวมแดงร้อนร่วมด้วย

บางคนอาจปวดฝีมากจนเดินไม่ถนัด

บางคนอาจมีอาการไข้  ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย

เบื่ออาหาร ปวดข้อ ตาอักเสบ ผื่นขึ้นตามตัว

ฝีมะม่วงมักพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง

เพราะในผู้หญิงน้ำเหลืองจากอวัยวะสืบพันธุ์

จะระบายไปที่ต่อมน้ำเหลือง

ในช่องเชิงกรานมากกว่ามาที่ขาหนีบ

ถ้าไม่ได้รักษาฝีอาจยุบหายได้เองภายใน 2-3 สัปดาห์

หรือเป็นเดือน แต่บางรายฝีอาจแตกเป็นรู หลายรู 

และมีหนองไหล กลายเป็นแผลเรื้อรังโรคนี้อาจลุกลาม

ทำให้มีการอักเสบของช่องทวารหนักจนตีบตัน

ถ่ายอุจจาระไม่ออก

มักพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย

อาการแทรกซ้อน

อาจทำให้มีการอุดกั้นของทางเดินน้ำเหลือง

ในบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ ทำให้อวัยวะสืบพันธุ์

ภายนอกมีอาการบวมได้ (เช่น ปากช่องคลอดบวม อัณฑะบวม)

บางคนอาจเกิดแผลเป็นขนาดใหญ่

ที่สำคัญ คือ การตีบตันของช่องทวารหนัก

ซึ่งอาจต้องแก้ไขด้วยการผ่าตัด

การรักษา

ให้ยาแก้ปวด ใช้น้ำอุ่นจัดๆ ประคบ

และให้ยาปฏิชีวนะ เช่น เตตราไซคลีน 

หรืออีริโทรไมซิน ครั้งละ 500 มก. วันละ 4 ครั้ง

หรือดอกซีไซคลีน  ครั้งละ 100 มก.

วันละ 2 ครั้ง ควรกินยาติดต่อกันนาน 14 วัน

ถ้าฝีไม่ยุบและมีลักษณะนุ่ม

ควรใช้เข็มเบอร์ 16-18 ต่อเข้ากับกระบอกฉีดยา

แล้วเจาะดูดเอาหนองออก ไม่ควรผ่า

เพราะจะทำให้แผลหายช้า และอาจทำให้

มีการอุดกั้นของทางเดินน้ำเหลืองในบริเวณนั้นได้

ยาที่ใช้รักษา ได้แก่  Doxycyclin 100mg เช้า-เย็น

เป็นเวลา 21 วัน หรือ erythromycin 500 mg

วันละ 4 ครั้งเป็นเวลา 21 วัน

ข้อแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ดีกว่าที่จะทำการรักษาเอง

ควรตรวจเลือดหาวิดีอาร์แอลและเชื้อเอชไอวี

เช่นเดียวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดอื่น

การป้องกัน

อย่าสำส่อนทางเพศ

ใช้ถุงยางอนามัยที่ทำจากยางธรรมชาติ

ป้องกันได้เฉพาะอวัยวะเพศเท่านั้น

ผิวหนังส่วนอื่นไม่สามารถป้องกัน

หากมีแผลให้งดการมีเพศสัมพันธ์

ควรฟอกล้างด้วยสบู่หลังการร่วมเพศทันที

ระยะฟักตัว 3-30 ตัว (เฉลี่ย 1-2 สัปดาห์)

ที่มา เว็บไซต์ สยามเฮลท์, ไทยแลปออนไลน์

 

*************************

โทร.มาปรึกษา หนึ่งได้ นะครับที่

082-6526598 เวลา 10.00 ถึง 17.00 น.ครับ

Write a comment